ประชาสัมพันธ์
THEOS-2 บทพิสูจน์การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทย

GISTDA กับปฏิบัติการภาคอวกาศ (Space Segment) และภาคพื้นดิน (Ground Segment)
ผลพวงจากการที่ประเทศไทยเริ่มโครงการพัฒนาดาวเทียม “ไทยโชต” เมื่อกว่า 15 ปีก่อน มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาดาวเทียมและการวิจัยด้านอวกาศ รวมถึงการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนานวัตกรรมด้านระบบภาคพื้นดินที่สามารถทำงานทดแทนระบบที่ได้รับจากดาวเทียมไทยโชตได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ระบบการรับสัญญาณการควบคุมดาวเทียม การวางแผนถ่ายภาพ และการผลิตข้อมูลดาวเทียม ซึ่งระบบดังกล่าวจะถูกพัฒนาต่อยอดนำมาใช้เพื่อปฏิบัติงานกับโครงการ THEOS-2 ต่อไป
THEOS-2 เกิดขึ้นเพื่อสานต่อภารกิจของไทยโชต
จากปฏิบัติการภาคพื้นดินสู่ภาคอวกาศ ประเทศไทยเป็นเจ้าของดาวเทียมไทยโชตที่ควบคุมสั่งการถ่ายภาพดาวเทียม ใช้ซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบควบคุมดาวเทียม มีระบบเตือนภัยจากอวกาศที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เช่น ระบบการจัดการจราจรอวกาศ ระบบเตือนภัยอุกกาบาตที่มีความเสี่ยงที่จะชนโลก และระบบพยากรณ์อวกาศที่เป็นต้นแบบ และในอนาคต จะมีดาวเทียม THEOS-2 อีก 2 ดวง (ดาวเทียมหลัก และดาวเทียมเล็ก) จะมาช่วยสานต่อภารกิจเหล่านี้ โดย THEOS-2 ทำงานแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายที่แม่นยำ และสอดคล้องกับความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่
ดาวเทียมมีมากมาย ทำไมไทยต้องสร้างเอง?
ดาวเทียมที่เราใช้งานทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นดาวเทียมต่างชาติที่ประเทศไทยเช่าใช้บริการ แม้จะสะดวกแต่ก็เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลที่เกิดขึ้นในแต่ละปี ฉะนั้น เมื่อประเทศไทยผลิตดาวเทียมได้เอง งบประมาณที่ลงทุนไปจะกลายเป็นความรู้และนวัตกรรมจากอวกาศสัญชาติไทยเพื่อให้คนไทยสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อเราพัฒนาระบบดาวเทียมจนสามารถตอบสนองการใช้งานในประเทศจนเกิดความมั่นคงทางดิจิทัลได้แล้ว เรายังสามารถเป็นผู้ให้บริการแก่ประเทศอื่น ๆ เพื่อสร้างรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้อีกด้วย
THEOS-2 กับเป้าหมายภายใน 5 ปี
โครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือ THEOS-2 มุ่งมั่นพัฒนาทั้งตัวดาวเทียม ภาพถ่ายดาวเทียม ระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายที่เชื่อมโยงกับระบบ THEOS-2 ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียม รวมถึงระบบควบคุมและระบบรับสัญญาณ จากนั้นการทำงานจะเชื่อมโยงไปสู่ AIP (Actionable Intelligence Policy Platform) เพื่อช่วยให้เกิดการบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายในอนาคตประกอบการดำเนินงานในเชิงพื้นที่ GISTDA จึงตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาคอาเซียน จากนั้นภายใน 3-5 ปี จะก้าวไปในระดับเอเชีย และนานาชาติต่อไป
GISTDA มุ่งสร้างพันธมิตรพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยอย่างโปร่งใส
ปัจจุบัน GISTDA ดำเนินโครงการภาคีความร่วมมือการพัฒนาดาวเทียม หรือ Thailand Space Consortium โดยบูรณาการขีดความสามารถ ความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานเข้าไว้ด้วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน ผลักดัน Co-creation ในทุกภาคส่วนบนพื้นฐานของความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็น สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รวมถึงดำเนินการสร้างพันธมิตรในระดับนานาชาติควบคู่กันไป พร้อมขยายกลุ่มผู้ใช้งานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไปสู่ภาคสังคม ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมให้มากยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น