ประชาสัมพันธ์

24/09/2026 116
Share :

GISTDA – กรมชลประทาน – สทนช. ยกระดับการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ด้วยข้อมูลจากดาวเทียม

23 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับกรมชลประทาน และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภายใต้คณะทำงาน “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำภาคการเกษตร ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ” เดินหน้าผลักดันการใช้ข้อมูลดาวเทียมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยจัดการประชุมคณะทำงานและการเสวนาเชิงวิชาการ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงกำหนดแนวทางต่อยอดการใช้ข้อมูลดาวเทียม สู่การสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ณ ห้องพระอินทร์ 1-2 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ โดยมีนางกานดาศรี ลิมปาคม รองผู้อำนวยการ GISTDA และที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุม พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงเป้าหมายของโครงการในการบูรการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสำหรับภาคการเกษตร ผ่านการนำเทคโนโลยีดาวเทียมและภูมิสารสนเทศมายกระดับการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
.
วาระสำคัญของการประชุมคณะทำงานฯ มีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานทั้ง 2 ระยะ ในช่วงปี 2568 และ 2569 ซึ่งได้ร่วมกันขับเคลื่อนงานสำคัญหลายด้าน ทั้งการพัฒนาแบบจำลองติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง รวมถึงการใช้น้ำของพืช ความชื้นในดิน สภาวะความเครียดของพืช โดยหนึ่งในผลงานสำคัญคือ การพัฒนาระบบ “เช็คแล้ง (Crops Drought)” สำหรับภาคการเกษตร เพื่อใช้ติดตามการใช้น้ำของพืชและประเมินความเสี่ยงภัยแล้งในพื้นที่เกษตร โดยสนับสนุนการวิเคราะห์และวางแผนบริหารจัดการน้ำในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ และระดับพื้นที่ ส่งผลให้ปัจจุบันมีการใช้งานระบบและข้อมูลทั้งในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ และเกษตรกร โดยสำหรับการดำเนินงานระยะถัดไปในปี 2570 GISTDA มุ่งต่อยอดจากการติดตามและประเมินสถานการณ์ไปสู่การพัฒนาสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับพื้นที่
.
หลังจากการประชุมของคณะทำงานฯ ได้เปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ “จากข้อมูลดาวเทียมสู่การตัดสินใจ ร่วมขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย” โอกาสนี้ ผู้บริหารจาก 2 หน่วยงานภายใต้คณะทำงานฯ ซึ่งรับผิดชอบด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำโดย นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการใช้ข้อมูล เครื่องมือ และดาวเทียมเพื่อประกอบการตัดสินใจ และบทบาทของข้อมูลเชิงพื้นที่ในการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่การนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและมาตรการ ไปจนถึงการติดตามสถานการณ์น้ำและภัยแล้ง ซึ่งยังมีความสำคัญและจำเป็นต้องพัฒนาและวางแผนแนวทางการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานกลางของข้อมูล ความแม่นยำ และต่อยอดความร่วมมือระยะยาวต่อการกำหนดทิศทางการวางแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศในระยะถัดไป
.
ดร.ธเนศ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวถึงการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมในการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะข้อมูลและผลิตภัณฑ์จากดาวเทียมที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ทั้งการติดตามพื้นที่เกษตรและสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียมกับข้อมูลการส่งน้ำและข้อมูลจากภาคสนาม ตลอดจนการนำข้อมูลดาวเทียมมาร่วมคำนวณค่าการระเหยน้ำ (Evapotranspiration: ET) เพื่อประเมินความต้องการใช้น้ำของพืชในแต่ละพื้นที่ และพร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดาวเทียมสมัยใหม่ แบบจำลอง และนวัตกรรม AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศ
.
สำหรับบทบาทของ GISTDA ในการดำเนินงานภายใต้คณะทำงาน ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA กล่าวถึง บทบาทของ “Geospatial Intelligence (GI)” ในการบริหารทรัพยากรน้ำ โดยมุ่งเปลี่ยนข้อมูลดาวเทียมให้เป็น สารสนเทศเชิงพื้นที่ที่ทันต่อสถานการณ์ (Near Real-Time) และเชื่อมโยงกับข้อมูลน้ำและข้อมูลการตรวจวัดในพื้นที่ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ วินิจฉัย วางแผน และบริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ (Domain Knowledge) เป็นหัวใจสำคัญต่อการนำมาใช้คาดการณ์สถานการณ์ภัยพิบัติ และยกระดับการใช้น้ำในภาคการเกษตรทั้งการแจ้งเตือนน้ำท่วม – น้ำแล้ง นำไปสู่การทำเกษตรที่แม่นยำมากขึ้น
.
ด้าน ดร.พรเทพ นวกิจกนก ผู้อำนวยการศูนย์ผลิตดาวเทียมแห่งชาติ GISTDA กล่าวว่า เทคโนโลยีดาวเทียมและข้อมูลจากอวกาศ การพัฒนาระบบนิเวศด้านอวกาศของประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสใหม่สำหรับการบริหารจัดการน้ำ ด้วยศักยภาพในการติดตามสถานการณ์ในภาพรวม ผ่านข้อมูลดาวเทียมที่มีความหลากหลาย ทั้ง Optical, Thermal และ Radar Satellite รวมถึงการผสานข้อมูลเชิงพื้นที่จากแหล่งอื่นๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีอวกาศในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาข้อมูลดาวเทียมให้สามารถนำไปใช้ในระดับปฎิบัติได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้งานรองรับตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
.
โดยการประชุมและเสวนาในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการนำข้อมูลดาวเทียมมาใช้ติดตามสถานการณ์น้ำ แต่เป็นการต่อยอดข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลน้ำจากความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงาน สู่สารสนเทศที่สามารถนำไปวิเคราะห์และประกอบการตัดสินใจได้จริง ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ ไปจนถึงระดับพื้นที่และเกษตรกร เพื่อให้หน่วยงานและผู้ใช้น้ำมีข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

Tag

Leave a Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ