ยานอวกาศเดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้ด้วยวิศวกรรม แต่เมื่อหลายประเทศและหลายองค์กรมีเป้าหมายอยู่บนพื้นผิวเดียวกัน การประสานงานจะเกิดขึ้นอย่างไร? เวที “Lunar Governance: Challenges and Potential International Mechanism for Lunar Exploration” ในงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 15:00–15:45 น. ณ เวที Plenary เปิดพื้นที่ให้พิจารณาคำถามด้านกติกาและความร่วมมือ โดยมี Soyoung Chung นักวิจัยอาคันตุกะจาก Keio University Space Law Research Center, Dr. Ulpia-Elena Botezatu ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายอวกาศจาก Co-Chair of the Action Team on Lunar Activities Consultation (ATLAC) และ Rebecca Levy ผู้แทน NASA ประจำภูมิภาคเอเชีย ร่วมแลกเปลี่ยน พร้อมด้วย นภสร จงจิตตานนท์ เจ้าหน้าที่พัฒนานวัตกรรม GISTDA เป็นผู้ดำเนินรายการ หนึ่งในมุมมองจากเวทีคือ “ธรรมภิบาลในการสำรวจดวงจันทร์ไม่ใช่เรื่องของสนธิสัญญาบนแผ่นกระดาษ แต่เกิดจากสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และการแชร์ข้อมูลเพื่อป้องกันปัญหาล่วงหน้า ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ” จาก Dr. Ulpia-Elena Botezatu และคณะผู้ร่วมเสวนา
.
การกำกับดูแลการสำรวจดวงจันทร์มีโจทย์ให้พิจารณาทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล การประสานกิจกรรม และการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ดำเนินภารกิจ สำหรับประเทศไทย หมุดหมายหนึ่งคือการลงนาม Artemis Accords เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 เป็นประเทศลำดับที่ 51 โดย ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ลงนามในนาม GISTDA ซึ่ง NASA อธิบายว่าเป็นชุดหลักการสำหรับการสำรวจอวกาศที่วางอยู่บนสนธิสัญญาอวกาศ บริบทนี้เชื่อมมาสู่คำถามว่า หลักการระหว่างประเทศจะนำไปใช้กับสถานการณ์จริงในการสำรวจได้อย่างไร และกลไกใดจะช่วยให้ผู้มีส่วนร่วมสามารถทำงานร่วมกันได้ บนเวที ผู้ร่วมเสวนาได้หยิบยกประเด็น ความยั่งยืนและความปลอดภัยในกิจกรรมสำรวจดวงจันทร์ ทั้งด้านความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมอธิบายความท้าทายด้าน ความเสี่ยงที่ยานหรือดาวเทียม CubeSats จะชนกันในวงโคจรรอบดวงจันทร์ที่มีความหนาแน่นขึ้น แต่ดวงจันทร์กลับไม่มีชั้นบรรยากาศที่ช่วยเผาไหม้ซากยานที่ไม่ใช้งานแล้ว ขยะอวกาศจากภารกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะตกค้าง และอาจตกกระทบโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ในอนาคต ตลอดจนข้อจำกัดด้านเชื้อเพลิงหากต้องปรับหลบวงโคจร และเสนอแนวทางหรือกลไกความร่วมมือ การจัดทำกลไกกลางระดับสากลเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการบิน ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการประสานงานหลีกเลี่ยงการชน (เช่น กรอบ Artemis Accords, ATLAC หรือ UN Moon for All) ที่เปิดกว้างให้ทุกชาติมหาอำนาจและพันธมิตรทำงานร่วมกันได้ โดยเชื่อมโยงบทบาทของประเทศไทยไว้ว่า สามารถร่วมผลักดันบทบาทในฐานะเวทีกลางของการเจรจา จัดการประชุมด้านดวงจันทร์ระดับนานาชาติในอนาคต ควบคู่ไปกับการค้นหาจุดเด่นเฉพาะตัว (Niche Area) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การสำรวจอวกาศสากล
.
ข้อพิจารณาสำคัญจากเวทีนี้ สำหรับอนาคตที่กิจกรรมบนดวงจันทร์มีผู้เข้าร่วมหลากหลายขึ้น ได้แก่
การสร้างความโปร่งใสและการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน (Mutual Trust) ในการสร้างความเข้าใจร่วมกันต่อหลักการสำรวจดวงจันทร์
การจัดตั้งกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลวงโคจรและการประสานการตัดสินใจเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกัน (Space Situational Awareness & Data Sharing) สำหรับการประสานงานระหว่างประเทศและผู้ดำเนินภารกิจ
การจัดการซากยานอวกาศและการลดความเสี่ยงจากขยะอวกาศพุ่งชนโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์ (Lunar Orbital Debris Mitigation) ซึ่งเป็นข้อท้าทายที่กลไกความร่วมมือต้องตอบให้ได้
การแสวงหาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Niche) และการเป็นเจ้าภาพจัดเวทีหารือระดับพหุภาคี ในฐานะบทบาทที่ประเทศไทยสามารถมีส่วนร่วม
.
ร่วมงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดงานและเวทีเสวนาได้ที่ tsx.gistda.or.th หรือติดตามเนื้อหาน่าสนใจจากงานผ่านโซเชียลมีเดียของ GISTDA




แสดงความคิดเห็น