• ภาษาไทย
  • English

image of the week

image of the week

เกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด
11°39'50.4"N 102°34'04.1"E

“เกาะกูด” เป็นเกาะสุดท้ายที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของเกาะช้าง และสุดท้ายของเขตพรมแดนประเทศไทย ติดกับน่านน้ำของราชอาณาจักรกัมพูชา ห่างจากท่าเรือชายฝั่งจังหวัดตราด ประมาณ 82 กิโลเมตร เป็นเกาะที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก เกาะแห่งนี้มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในจังหวัดตราดรองจากเกาะช้าง และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย

ลักษณะของตัวเกาะ...ทอดตัวยาวจากทิศเหนือลงใต้ และมีลักษณะภูมิประเทศคล้ายคลึงกับเกาะช้าง หากแต่มีขนาดเล็กกว่าเกาะช้างเล็กน้อย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 65,625 ไร่ หรือราว 105 ตร.กม. ความยาวของเกาะ 25 กม. ความกว้าง 12 กม. สภาพโดยรวมทั่วไปของเกาะยังมีสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธารทำให้เกาะกูดมีน้ำตกที่เลื่องชื่อคือ “น้ำตกคลองเจ้า” ซึ่งมีธารน้ำที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทางด้านฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวยายกี๋ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว อ่าวง่ามโข่ หาดอ่าวเบ้า หาดคลองหิน อ่าวพร้าว จนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป็นหาดที่มีทรายสวยงาม น้ำทะเลใสมาก ประกอบกับธรรมชาติที่สงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด นอกจากนี้บนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนซึ่งเป็นทรัพยากรอันล้ำค่าที่อุดมสมบูรณ์และมีแนวปะการังหลากชนิด รวมทั้งเกาะแรดและเกาะไม้ชี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะกูดก็มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามไม่แพ้กัน

ในด้านสภาพอากาศโดยทั่วไปของเกาะ..มีความชื้นสูง อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 27.31 องศาเซลเซียส มีฝนตกเกือบตลอดปี โดยเฉพาะช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ของทุกปี จะมีฝนตกชุกมาก และมีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 200 มิลลิลิตร/เดือน ทั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่บนเกาะประกอบอาชีพทำการประมงเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว และทำสวนผลไม้บ้างเล็กน้อย สาเหตุที่ไม่มีการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรมากๆก็เพราะว่ามีปัญหาด้านการขนส่งผลผลิตออกสู่ท้องตลาดเป็นไปด้วยความลำบากและเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก พื้นที่เกษตรบนเกาะกูดส่วนใหญ่จะครอบคลุมอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ เนื่องจากทางด้านตะวันออกของเกาะกูด ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีความลาดชันสูง ลักษณะการใช้พื้นที่เพื่อการเกษตรกรรม จะขยายทั่วไปในพื้นที่ราบเชิงเขา โดยมีเนื้อที่ประมาณ 12,500 ไร่และปัจจุบันในพื้นที่แห่งนี้มีการลงทุนด้านการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น คนในท้องถิ่นบางส่วนได้ทำงานในโรงแรม รีสอร์ท ทัวร์ดำน้ำและโฮมสเตย์กันมากขึ้น จนสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนค่อนข้างมากกว่าในอดีต ปัจจุบันพื้นที่ป่าบนเกาะกูดกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการประกาศขึ้นเป็นป่าอนุรักษ์เขตวนอุทยานแห่งชาติโดยมี เนื้อที่ประมาณ 51 ตารางกิโลเมตร หรือ 50,365 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 ตำบลเกาะกูด

 การเดินทาง
หากนั่งเรือโดยสาร ต้องใช้เวลาราว 4 – 5 ชม. แต่ถ้าเดินทางมาทางบกจากตัวเมืองตราดเรียบชายฝั่งทะเลมาทางไม้รูด-คลองใหญ่ ประมาณ 60 กม. แล้วมาลงเรือที่บริเวณคลองใหญ่ก็ จะช่วยประหยัดเวลาไปได้ครึ่งหนึ่ง เพราะเกาะกูดอยู่ห่างจากชายฝั่งตราดทางด้านคลองใหญ่เพียง 40 กม.เท่านั้น

กิจกรรมสุดฮิตบนเกาะ
เล่นน้ำทะเล น้ำตก
เดินเที่ยวชมป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
พายเรือคายัค ชมวิวทิวทัศน์
ช่วงดึกสามารถเดินเที่ยวชมหิ่งห้อยได้
เดินเลือกซื้ออาหารทะเลสดๆชั้นดี และของฝาก

สำหรับใครที่ชอบนอนพักผ่อนแบบสบายๆ ที่นี่ก็มีที่พักให้เลือกพักผ่อนหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งที่พักบนเกาะมีทั้งแบบหรูหราระดับห้าดาว ไปจนถึงบ้านพักโฮมสเตย์แบบชิคๆ สวยๆ สามารถเลือกพักผ่อนได้อย่างสบายอารมณ์กันเลยทีเดียวครับ แอดมินก็กำลังเล็งๆไว้เหมือนกันสถานการณ์โควิดซาเมื่อไหร่จะไปรีแล๊คอย่างแน่นอน ส่วนท่านใดที่เคยไปเที่ยวมาแล้วอย่าลืมเอาภาพมาอวดกันบ้างนะครับว่าเกาะกูดน่าเที่ยวแค่ไหน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองจากอวกาศที่อยากชวนทุกคนไปสัมผัสกับธรรมชาติบ้านเรากันนะครับ ส่วน Image of the Week สัปดาห์หน้าจะเป็นที่ไหนนั้น อย่าลืม...ติดตามกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://kokut.trat.doae.go.th/ampher.htm
รายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดตราด
https://www.chillpainai.com/.../%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8.../

 

146941748_10158734547066265_1980011287088387340_o.jpg

 

**********

“ ป า ง อุ๋ ง ”
ละติจูด 19°29'56.7" N ลองจิจูด 97°54'22.1" E

“ ป า ง อุ๋ ง ” เป็นชื่อที่เหล่าวงการแคมป์ปิ้งไม่มีใครไม่รู้จักเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนสองใบและสนสามใบเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ กลางอ้อมกอดของขุนเขาที่เขียวชอุ่ม โดยเฉพาะในยามเช้า สวยงาม ร่มรื่น เหมาะแก่การมาปิ๊กนิก ตั้งค่ายพักแรมยิ่งนัก

“ ป า ง อุ๋ ง ” หรือ ที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)” ตั้งอยู่ที่ ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเนื้อที่ประมาณ 57,210 ไร่ ซึ่งมีอาณาเขตห่างจากแนวชายแดนประเทศพม่า (ฝั่งตะวันตก) ประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ปายฝั่งขวาตอนล่าง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,200 เมตร ปัจจุบันเป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ โดยเมื่อก่อน พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อันตรายเพราะอยู่ขอบชายแดนไทยกับพม่า มีการลักลอบปลูกพืชและค้ายาเสพติด แถมยังมีขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอีกต่างหาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นห่วงเป็นใยความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อยต่างๆ เลยมีพระราชดำริให้พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพของชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ รวมถึงการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่ตรงนี้อีกด้วย

อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ มีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านนาป่าแปก และพื้นที่โครงการพระราชดำริปางตอง 1 (ห้วยมะเขือส้ม)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ประเทศพม่า
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ถนนสายแม่ฮ่องสอน-บ้านรักไทย และพื้นที่โครงการพระราชดำริปางตอง 3 (แม่สะงา-หมอกจำแป่)
ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านดอยแสง และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวาตอนล่าง

ในด้านลักษณะภูมิประเทศโดยรวมของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เป็นทิวเขาสลับซับซ้อน ติดชายแดนประเทศพม่า โดยมีทิวเขาถนนธงชัยกั้นพรมแดนพื้นที่โครงการฯ และมีแนวชายแดนติดต่อประเทศพม่าประมาณ 15 กิโลเมตร พื้นที่โครงการตั้งอยู่ตอนบนของลุ่มน้ำแม่สะงา และลุ่มน้ำสอย ทั้ง 2 ลุ่มน้ำนี้จะไหลลงสู่ลำน้ำปาย และไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ส่วนสภาพอากาศ เป็นแบบร้อนชื้น โดยฤดูร้อนก็จะมีอากาศร้อนจัด ฤดูหนาวก็จะหนาวจัด ฝนตกชุกในฤดูฝน มีหมอกตลอดทั้งปี นี่ล่ะคือไฮไลท์ของปางอุ๋งเลย แต่ช่วงที่แอดมินจะแนะนำให้ไปท่องเที่ยวเป็นช่วงฤดูหนาวนะครับ รับรองว่าจะฟินกับบรรยากาศที่สดชื่นอย่างแน่นอน

ด้วยลักษณะของ “ปางอุ๋ง” จะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง รอบๆอ่างเก็บน้ำเรียงรายไปด้วยต้นสน ความหมายของคำว่าปางอุ๋ง มาจากภาษาเหนือ ‘ปาง’ แปลว่า ที่พักในป่า ‘อุ๋ง’ ที่ลุ่มต่ำมีน้ำขัง รวมๆกัน ก็ ที่พักกลางป่าที่อยู่ริมอ่างเก็บน้ำ นั่นเองครับ

ไฮไลท์ของปางอุ๋ง คือ สายหมอก หรือ ไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ที่สามารถชมความสวยงามได้ตลอดปี และที่สำคัญก็คือ ต้นสน ที่รายล้อมอ่างเก็บน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนท่องเที่ยวอยู่ต่างประเทศ ที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติก สมยานามของที่นี่ก็คือ สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย ชมพระอาทิตย์ตกดิน สีเหลืองทองอร่ามตา ทิวสนสองใบ ในอ้อมกอดของขุนเขา ช่างฟินอะไรเช่นนี้

นอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพ และบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงดาราประจำปางอุ๋ง นั้นก็คือน้อง “หงส์” ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ด้วยกัน และไม่ควรพลาดที่จะไปชมสวนปางอุ๋งใกล้กับ ที่ทำการของโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณ ที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงทดแทนไร่ฝิ่นร้างแต่ดั้งเดิม ซึ่งมีลูกพืชที่ให้ประโยชน์ทางด้านอาหารและยาแพทย์แผนไทย และสร้างความกลมกลืนกับ ภูมิประเทศ เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ และบ๊วย อีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว อย่างเช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด อีกทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเฉกเช่นในอดีต อาทิ เอื้องแซะ กล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่าง”เขียดแลน” เป็นต้น

 กิจกรรมสุดคูล.. เมื่อมาที่ปางอุ๋งแล้วไม่ควรพลาด
• ชมพระอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำ
• ล่องแพไม้ชมทัศนียภาพโดยรอบ
• สัมผัสบรรยากาศสายหมอก
• ถ่ายรูปริมอ่างเก็บน้ำไปทิวทัศน์อันสวยงาม
• ชมหงส์ดำ และหงส์ขาว
• ขี่ม้า
• เดินชมสวนปางอุ๋ง
• ใส่บาตรตอนเช้า
• สูดอากาศสดชื่น ผ่อนคลายความเครียด
• ตั้งแคมป์ กางเตนท์

ส่วนใครที่เคยไปสัมผัสบรรยากาศอันแสนจะชิลที่ปางอุ๋งกันมาแล้ว ส่งภาพสวยๆ มาในคอมเมนต์ มาอวด มาป้ายยาให้แอดมินกันหน่อยนะ แอดอยากไปแอ่วเหนือออออ หรือ ใครมีสถานที่เที่ยวเด็ดๆ ก็ส่งมาอวดกันได้ เผื่อเพื่อนๆที่สนใจจะได้แวะเวียนกันไปนะ สถานที่ที่สวยงาม บรรยากาศดีแบบนี้หากไปกับคนที่รู้ใจจะฟิน..!! แค่ไหน ลองจินตนาการดูนะครับ อย่าลืมให้ “ปางอุ๋ง” เป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจด้วยนะ... Image of the Week ในรอบหน้านั้นจะเป็นที่ไหน อย่าลืม..ติดตามกันนะครับ

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #หนาวนี้ไปไหนดี #ยังหนาวอยู่ไหม
#ปางอุ๋ง #แม่ฮ่องสอน #อุ๋ง #อุ๋งอุ๋ง

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://blog.traveloka.com
https://www.paiduaykan.com
https://www.hashcorner.com
https://www.checkinchill.com

main_23.jpg

**********

เกาะหลีเป๊ะ หรือ “มัลดีฟส์เมืองไทย”
พิกัดทางภูมิศาสตร์ 6°48'95" N , 99°30'49" E

แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้กำลังถูกพูดถึงเป็นลำดับต้นๆของสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลภายในประเทศอย่างแน่นอนซึ่ง “เกาะหลีเป๊ะ” เป็น 1 ในเกาะที่อยู่ภายใต้อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล ซึ่งอยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน เดิมชื่อ “เกาะนีปิส” เป็นภาษาชาวเลอุรักลาโว้ย แปลว่า “บาง” ด้วยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเกือบทั้งเกาะ เหมาะสมต่อการตั้งถิ่นฐาน กลางเกาะเคยมีหนองน้ำอยู่ ซึ่งครอบครัวของชาวเลอูรักลาโว้ยในยุคแรกได้ใช้เป็นบริเวณสำหรับเพาะปลูกข้าว ภูมิลักษณ์ทางตอนเหนือและตอนใต้ของเกาะจะมีที่ราบบริเวณกว้าง และมีหาดทรายขาวละมุนเหมือนแป้งทอดตัวโค้งเว้าเป็นแนวยาวสวยงาม ดังโอบกอดตัวเกาะไว้ในอ้อมแขนนั่นเอง โดยมีชายหาดดังนี้
.
 ชายหาดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นจุดจอดหลักของเรือโดยสาร คือ “หาดพัทยา” คำนี้เรียกเพี้ยนมาจากคำเดิมคือ “หาดปะไตดายา” (หาดลมตะวันตก) หรือ “หาดบันดาหยา” จนกลายเป็นชื่อพัทยาติดปากอยู่ในปัจจุบัน (หาดพัทยาที่เป็นท่าเทียบเรือเร็วโดยสาร)
 ทางทิศตะวันออกและตะวันตกของเกาะ จะเป็นเนินสูงขึ้นเล็กน้อย แล้วลาดลงเป็นแนวโขดหินติดกับทะเล ชายหาดด้านตะวันออกเรียกว่า “หาดชาวเล” หรือ “หาดซันไรส์” แถบนี้เป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน โรงเรียนและสถานีอนามัย (หาดซันไรส์ในมุมสูง) หาดยาวฝั่งตะวันตกเรียกว่า “หาดซันเซ็ต” หรือ “หาดประมง” เหมาะกับการนั่งทอดตามองแสงสุดท้ายยามอาทิตย์อัสดง เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกที่อาจทำให้ใครหลายคนลืมหายใจ (หาดประมงจะพบหินแกรนิตโผล่ให้เห็นที่ริมหาด) และในวันที่ท้องฟ้าสดใส
 ทางทิศเหนือ จะหันหน้าเข้ากับเกาะอาดัง มีชายหาดด้านนี้เรียกว่า “หาดคาร์มา”
.
ถ้ามีโอกาสอยากจะให้ผู้อ่านได้ลองนั่งเรือออกไป จากแนวชายหาดไม่ไกลจะมองเห็นรายรอบเกาะ ล้วนแต่งแต้มไปด้วยแนวป่าปะการังงดงามหลากสี และฝูงปลาหลากรูปทรงสีสัน บางบริเวณมีลักษณะเฉพาะคือเวลาน้ำลดจะปรากฏลานกว้างของหมู่ปะการังให้เห็น กิจกรรมดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเล จึงเป็นกิจกรรมหลักที่นักเดินทางที่มาเยือนเกาะหลีเป๊ะชื่นชอบ และปรารถนาจะกลับมาชมอีกอย่างไม่รู้เบื่อ โขดเขาและก้อนหินที่พบบนเกาะหลีเป๊ะทั้งหมดล้วนเป็นหินแกรนิต ยุคไทรแอสซิก Cretacious ประมาณ 208 – 245 ล้านปีมาแล้ว จัดเป็นหินอัคนีแทรกซอน (intrusive igneous rock) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการเย็นตัวของแมกมาที่อยู่ใต้เปลือกโลก ขณะที่เคลื่อนขึ้นมาใกล้ผิวโลก แมกมาจะมีการถ่ายเทความร้อน และอุณหภูมิจะลดลงช้าๆ อย่างต่อเนื่อง เกิดผลึกแร่ขนาดใหญ่ เห็นรูปผลึกชัดเจน แล้วค่อยๆ แข็งตัวกลายเป็นหิน
.
หินแกรนิตบนเกาะหลีเป๊ะ มีรูปลักษณ์ส่วนใหญ่เป็นหินทัวร์มาลีน – ไบโอไทต์แกรนิต (tourmaline – biotite granite) เนื้อดอก สีเทาจาง เนื้อปานกลาง – เนื้อหยาบ ไม่มีการเรียงตัว แร่ประกอบสำคัญ คือแร่ควอตซ์ แร่เฟลด์สปาร์ แร่ไบต์โอไทต์ แร่ฮอร์นเบลน และแร่ทัวร์มาลีน แร่ดอกจะพบผลึกแร่เฟลด์สปาร์ขนาดใหญ่ประมาณ 0.5 – 2 เซนติเมตร ในปริมาณราว 20 – 40% ของหินทั้งก้อน ในเนื้อพื้นของหิน บางบริเวณพบสายแร่ควอตซ์ขนาดเล็กๆ กว้างประมาณ 3 – 10 เซนติเมตร และพบแร่ทัวร์มาลีน สีดำ ฝังประร่วมอยู่ด้วยจำนวนมาก แร่สีดำเหล่านี้เมื่อหินผุพังกร่อนสลาย บางส่วนจะเกิดการสะสมตัวอยู่บริเวณชายหาดร่วมกับเม็ดทรายสีขาว (แร่ควอตซ์) เกิดเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง
.
การเดินทางมุ่งสู่เกาะหลีเป๊ะนั้น สามารถนั่งเครื่องบินมาลงได้ที่สนามบินหาดใหญ่ หรือ สนามบินตรัง จากนั้นก็ต่อรถตู้ไปลงที่ท่าเรือปากบารา สำหรับสนามบินที่สะดวกในการเดินทางจะเป็นสนามบินหาดใหญ่ เนื่องจากมีเที่ยวบินค่อนข้างเยอะ เวลาดี สะดวกในการนั่งรถ ต่อเรือ รถตู้ก็มีเยอะ ส่วนสนามบินตรังนั้นจริงๆ แล้วระยะทางไปท่าเรือปากบาราใกล้กว่าสนามบินหาดใหญ่เสียอีก แต่อาจจะไม่ได้รับความนิยม เพราะเที่ยวบินมีน้อย รถตู้ก็มีน้อยไปด้วย และอาจจะเกิดความเสี่ยงที่จะไปไม่ทันเรือรอบ 11.30 น. โดยใช้เวลานั่งเรือไปเกาะหลีเป๊ะประมาณ 1.30 ชั่วโมง ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการท่องเที่ยวที่นี่คือ พฤศจิกายน -เมษายน ช่วงนี้จะมีแดดจ้าเกือบทุกวัน ไม่มีฝนตก แต่โรงแรมจะคิดค่าบริการเพิ่มในช่วงฤดูการท่องเที่ยว หากคุณไม่ชอบช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ ก็ไปช่วงพฤษภาคม-ตุลาคมได้ แต่อาจจะเจอฝน มีข้อดีคือ โรงแรมหลายแห่งแห่กันลดราคาและมีนักท่องเที่ยวน้อย....
.
หลีเป๊ะ..!! เที่ยวแบบไหนดี แอดมินอยากจะบอกว่ามีสิ่งที่มาหลีเป๊ะแล้วไม่ควรพลาดคือ
 - ดำน้ำตื้นชมปะการังใกล้กับหาดซันเซต หรือดำน้ำรอบเกาะ
 - พายเรือคายัคจากหาดซันไรส์ไปยังเกาะอุเสนและเกาะกระ
 - ชมพระอาทิตย์ตกที่หาดซันเซต
 - นั่งสมาธิในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นบนหาดซันไรส์
 - เดินจากหาดซันไรส์ไปยังหาดซันเซตเป็นเวลา 45 นาที
 - ร่วมทำกิจกรรมกับ Trash Hero เกาะหลีเป๊ะ เพื่อดูแลความสะอาดของหาด
 - เที่ยวแบบไป-กลับที่เกาะอาดัง
 - WalkingStreet บนเกาะ
 -ขึ้นชมวิวผาชะโด
.
ส่วนใครไปเที่ยวหลีเป๊ะมาแล้ว อย่าลืมเอารูปสวยๆมาอวดแอดมินบ้างนะครับ รักเมืองไทยเที่ยวได้ทุกเดือน......
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.satun-geopark.com (koh-li-pe)
https://www.thelostpassport.com/.../%E0%B9%80%E0%B8%81.../
http://www.phudoilay.com/south/satun/KohLipe.php
https://www.chillpainai.com/scoop/8410/

 

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology
#หนาวนี้ทะเลสวยกว่าที่คิด #เพราะฉันคือทะเล #โลมาไม่ใช่ปลา
#หลีเป๊ะ #ใครไม่เป๊ะเราเป๊ะ #ใครไม่เป๊ะหลีเป๊ะ

 

ekaaahliiepa.jpg

*********************

ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์

พิกัดทางภูมิศาสตร์ 14°49'63"N , 102°98'23.09"E

 

ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ระดับความสูงประมาณ 190 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตัวหมู่บ้านบริเวณนี้คาดว่าตั้งอยู่บนรอยเลื่อนประโคนชัย (แนวแตกของเปลือกโลกซี่งมีการเคลื่อนตัวของชั้นหิน 2 ข้างของรอยแยก) มีแนวยาวกว่า 100 กิโลเมตร ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้) ตัวปราสาทและหมู่บ้านตั้งอยู่บนเนินดินรูปร่างค่อนข้างกลมอยู่สูงกว่าระดับพื้นชายเนินที่เป็นท้องนาประมาณ 1-2 เมตร ที่ตั้งของตัวปราสาทปัจจุบันมีวัดปราสาทบูรพารามอยู่ทางทิศตะวันออก ทางทิศเหนือมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือบารายซึ่งเรียกกันว่า ทะเลเมืองต่ำ กว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1,090 เมตร ส่วนทางทิศใต้และทิศตะวันตกแวดล้อมไปด้วยบ้านเรือนของราษฎร และมีแหล่งน้ำที่มีความสำคัญต่อบ้านโคกเมือง ได้แก่ ทะเลเมืองต่ำและลำห้วยปูน ซึ่งเป็นสาขาของห้วยประเทียอยู่ทางทิศเหนือ ห้วยน้ำขุ่นอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งต่างเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภค
นอกจากนี้..
 ถัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทเป็น “เขาไปรบัด” ซึ่งเป็นภูเขาไฟมีปากปล่องเปิดไปทางทิศใต้ ทำให้เกิดหินบะซอลท์ (หินสีดำเนื้อละเอียดซึ่งเกิดจากการแข็งตัวของหินหลอมเหลวที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟ)
 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเป็น “เขาพนมรุ้ง” ซึ่งเป็นภูเขาไฟอีกลูกหนึ่งวางตัวในแนวเหนือ-ใต้
 ทางด้านใต้ของปราสาทเมืองต่ำ เป็นแนวเทือกเขาปลวก ซึ่งประกอบขึ้นจากชั้นหินทรายและหินกรวดมนสีขาวของหมวดหินภูพาน
.
ปราสาทเมืองต่ำเป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าเป็นอย่างสูง ก่อสร้างด้วยวัสดุ 3 ชนิด คือ อิฐ ศิลาแลง และหินทราย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่กว้างประมาณ 120 เมตร ยาวประมาณ 127 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออกประกอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมต่างๆ ดังนี้ คือ
1. กำแพงแก้วและซุ้มประตู
2. สระน้ำ
3. ระเบียงคดและซุ้มประตู
4. บรรณาลัย
5. ปราสาทอิฐ 5 องค์
.
ปราสาทแห่งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 และได้เข้ามาทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2531 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2539 ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2540 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิด
.
ลักษณะโดยทั่วไปของปราสาทเมืองต่ำเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกัน การวางผังปราสาทเมืองต่ำ ค่อนข้างแตกต่างจากปราสาทแห่งอื่น ๆที่มีจำนวนองค์ปรางค์เท่ากัน ซึ่งนิยมสร้างองค์ปรางค์ประธานไว้ ตรงกลาง ส่วนองค์ปรางค์บริวารที่เหลืออีก 4 องค์ นั้นจะสร้างไว้ที่มุมของทิศทั้งสี่ เช่น ปราสาทศรีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น แต่ที่ปราสาทเมืองต่ำจะวางตำแหน่งของปรางค์อิฐทั้ง 5 องค์ เป็น 2 แถวตามแนว ทิศเหนือใต้ แถวแรกจะมีองค์ปรางค์จำนวน 3 องค์ ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ๆ
.
สันนิษฐาน ว่าปรางค์องค์กลางนี้ คือ ปรางค์องค์ประธานของปราสาทเมืองต่ำ ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง จากแผนผังของปราสาทดังกล่าวแสดง ให้เห็นถึงความชาญฉลาดของสถาปนิกสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งปรางค์แต่ละองค์และองค์ประกอบอื่น ๆที่ยังคงสภาพเหลืออยู่ในปัจจุบัน
.
จากการขุดค้นเพื่อทำการบูรณะปราสาทเมืองต่ำของกรมศิลปากร ได้ขุดพบหน้าบันและทับหลังของมุขปราสาทปรางค์ประธานทำจากหินทราย หน้าบันจำหลักเป็นรูปพระอินทร์ประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ คือ นั่งชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายพับ เหนือข้างเอราวัณสามเศียรในซุ้มเรือนแก้วอยู่บน หน้ากาล ลักษณะของซุ้มหน้าบันนี้ เป็นศิลปะเขมรแบบาปวน มีอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ปรางค์บริวารแถวหน้า ตั้ง อยู่สองข้างของปรางค์ประธาน มีขนาดเท่ากัน คือ กว้างและยาวประมาณ 5 เมตร เหนือส่วนฐานขึ้นไปเป็นเรือนธาตุ หรือตัวอาคาร ก่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูทางเข้าออกทางเดียวที่ด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านอื่น ๆ ทำเป็นประตูหลอกเหนือเรือนธาตุขึ้นไป เป็น ส่วนหลังคาหรือส่วนยอด ทำเป็นรูปเรือนธาตุวางซ้อนขึ้นไปเป็นชั้น ขนาดลดหลั่นกันไปรวม 5 ชั้น แต่พังทลายลงเหลือเพียงสองชั้น ที่ยอดบนสุดของ ปรางค์แต่ละองค์จะประดับด้วยหินทรายแกะสลักเป็นรูปบัวกลุ่มซึ่งปัจจุบันพัง ทลายลงมากองอยู่บริเวณพื้นด้านล่าง
.
ด้านการอนุรักษ์
ภายหลังจากอาณาจักรกัมพูชาเสื่อมลงในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นเหตุให้ศาสนสถานอิทธิพลวัฒนธรรมของขอมเสื่อมโทรม ถูกทอดทิ้งให้รกร้าง เช่นเดียวกับปราสาทเมืองต่ำที่ถูกทิ้งร้างไปเป็นระยะเวลายาวนาน จนกระทั่งถึงสมัยล่าอาณานิคม นักสำรวจและนักวิชาการชาวฝรั่งเศส ได้บันทึกการสำรวจ ดินแดน และร่องรอยของศาสนสถานต่างๆ ไว้ ชื่อ “ปราสาทเมืองต่ำ” ได้ปรากฏในรายงานการสำรวจ เมื่อปี พุทธศักราช 2444 และ พุทธศักราช 2450 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อบ้านนามเมืองว่า ชื่อ “เมืองต่ำ” อาจจะกำหนดเรียกโดยเปรียบเทียบสภาพที่ตั้งกับปราสาทพนมรุ้งซึ่งอยู่บนยอดเขา และเมื่อปี คริสต์ศักราช 1910 จากหนังสือ Le Cambodge Tome II ผู้เขียนคือ Aymonier, E. หน้า 131 ได้กล่าวถึงปราสาทแห่งนี้ว่า “ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองประโคนชัย 2 – 3 โยชน์ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และจากเขาพนมรุ้ง 1 โยชน์ ไปทางใต้ จากเขาพนมได (Phnom Dei) (เขาปลายบัดปัจจุบัน) 1 โยชน์ทางทิศตะวันออก ชื่อเมืองต่ำนี้เป็นภาษาไทย ดูจะเป็นกรณีไม่ปกติสำหรับท้องที่ที่ชาวบ้านพูดเขมรตรงกับคำว่า NOKOR TEAP หรือ BANTEAI TEAP อาจเป็นเพราะชื่อนี้ถูกเรียกโดยฝั่งตรงข้ามอย่างดูถูกที่อาจอาศัยอยู่ที่เมืองสูงใกล้พนมรุ้ง ก่อนอื่นที่เราจะพบกับบารายขนาดใหญ่เรียกว่า ละหาน หรือ ทะเล ที่ไม่ได้ถูกขุดขึ้นทางทิศตะวันออก แต่กลับเป็นทางทิศเหนือ วัดขนาดได้ 550 x 1,200 เมตร มีขอบเป็นคันดินยกสูงโดยรอบกว้าง 40 เมตร ลำธารที่พักจะแห้งในหน้าแล้งไหลมาจากพนมได เข้าสู่บารายที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือและไหลออกไปอีกครั้งที่มุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงมีประตูน้ำที่เป็นตัวควบคุมระดับของน้ำ หรือแม้แต่ใช้ปล่อยน้ำออกเพื่อให้จับปลาได้ง่ายขึ้น ด้วยระยะ 100 เมตร ไปทางใต้ของบารายเป็นที่ตั้งของโบราณสถานที่เรียกในปัจจุบันว่า เมือง หรือ กำแพง มีต้นไม้จำพวกมะม่วง มะพร้าวขึ้นอยู่ แสดงถึงการเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนเมื่อประมาณ 1 หรือ 2 ชั่วอายุคนมาแล้ว แต่ในปัจจุบันปรากฏว่ากลายเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขังและรกร้างปราศจากผู้คน ในส่วนของการท่องเที่ยวปราสาทเมืองต่ำมีรายละเอียดดังนี้

 เวลาเปิด-ปิด :
ปราสาทหินเมืองต่ำ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 06.00-18.00 น.
  อัตราค่าเข้าชม :
ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมโบราณสถานในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
อุทยานประวัติศาสตร์ พนมรุ้ง โทร. 0 4463 1746
  การเดินทางไปปราสาทเมืองต่ำ
ไปได้หลายทางส่วนใหญ่ใช้เส้นทางบุรีรัมย์-นางรอง-พนมรุ้งเข้าไปปราสาทเมืองต่ำระยะทางแยกเข้าไปประมาณ 83 กิโลเมตรหรือจะไปเส้นทางบุรีรัมย์-ประโคนชัย เข้าประสาทเมืองต่ำ ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตรอีกเส้นทางหนึ่งคือ สายประโคนชัย-บ้านกรวดซึ่งเป็นเส้นแยกสายตะโก-พนมรุ้ง-ละหานทรายก็ได้
.
เป็นไงกันบ้างครับ ข้อมูลข้างต้นเกี่ยวกับปราสาทเมืองต่ำเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น รอทุกคนมาสัมผัสกับสถานที่จริงและประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่า เที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกเดือนครับ .....
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.m-culture.go.th/young/ewt_news.php?nid=466...
http://library.dmr.go.th/.../DMR_Technical.../2530/1832.pdf

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #ปราสาทเมื่องต่ำ #บุรีรัมย์

 

praasaathemuuengtam.jpg

*********************

เกาะแสมสาร ตำบลแสมสาร จังหวัดชลบุรี
พิกัดภูมิศาสตร์ :12°34'17.5"N 100°57'06.8"E.

เกาะแสมสาร ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางทะเล ที่มีโลกใต้ทะเลเต็มไปด้วยความสวยงามเพียบพร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ และกำลังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะความสวยงามของเกาะที่ขึ้นชื่อว่าทะเลสวย น้ำใส ปะการังอุดมสมบูรณ์ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยวแบบ One Day Trip และล่าสุดนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะแสมสาร โดยการจองออนไลน์ เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวเกาะแสมสารมากยิ่งขึ้น
.
เกาะแสมสาร มีลักษณะเป็นรูปทรงยาวรี ขนาดพื้นที่โดยรวมประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะหนึ่งที่ขึ้นกับอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อยู่ทางทิศใต้ของ แหลมแสมสาร ออกไปประมาณ2 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากฝั่งของอำเภอสัตหีบไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 8 กิโลเมตร ลักษณะดินบนเกาะเป็นดินลูกรังปนหินลูกรัง ภูมิประเทศบนเกาะประกอบไปด้วย ภูเขาขนาดใหญ่ 1 ลูก สูงประมาณ 167 เมตร อยู่ทางทิศเหนือของเกาะและภูเขาขนาดย่อม 1 ลูก สูงประมาณ 159 เมตร อยู่ทางทิศใต้ของเกาะและมีเนินขนาดความสูงเล็กน้อยอีกบางส่วน โดยมีเนื้อที่บนเกาะ ทั้งหมดจำนวน 2738 ไร่ 3 งาน 36 ตารางวา เป็นเกาะที่มีเกาะแสมสาร เป็น 1 ใน 9 เกาะ ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (รู้จักกันในนามของ อพ.สธ. ) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเกาะทั้งหมด จึงเปิดให้เกาะนี้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตาม แนวทางของพระองค์ท่าน ที่ว่าอยากให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติ โดยใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการปลูกจิตสำนึกใน การอนุรักษ์ ธรรมชาติให้กับเยาวชน เพื่อให้ มีใจในการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแท้จริง เป็นเกาะที่สามารถเที่ยวได้แบบไปเช้าไปเย็นกลับมีกิจกรรม ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพายเรือคายัค ดำน้ำดูปะการังโดยมีจุดดำน้ำ 2จุด หรือใครไม่อยากลงน้ำก็มีเรือท้องแบน แบบกระจกก็จะหมุนเวียนตามคิว พาเราไปชมประการัง ปั่นจักรยานชมเส้นทางธรรมชาติ

เกาะแสมสารประกอบด้วยชายหาดทั้งหมด 5 หาด ได้แก่
หาดเทียน อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะแสมสาร
 หาดแหลมฝรั่ง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะแสมสาร
หาดเตยและ  หาดกรวด อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร
หาดลูกลม อยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะแสมสาร
.
บนเกาะแสมสารมีชายหาดที่สามารถเล่นน้ำและดำน้ำได้ 2 ชายหาด คือหาดเทียน และหาดลูกลม หาดเทียน คือ หาดซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือ ส่วนหาดลูกลม จะอยู่อีกฝั่งซึ่งต้องนั่งรถไปอีก โดยมีรถรับส่งฟรีระหว่างสองเกาะใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 5 นาที หาดลูกลม เป็นชายหาดที่สวยที่สุดของเกาะ มีทรายขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าใส มีจุดชมวิวที่สามารถเห็นวิวทะเลในมุมสูง ได้อย่างงดงาม เอกลักษณ์เฉพาะของเกาะแห่งนี้คือ จำกัดนักท่องเที่ยวแค่เพียง 300 คน / วัน จึงทำให้มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ที่สำคัญเกาะแห่งนี้ยังอยู่ในการดูแลของทหารเรือ และเปิดให้ท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเท่านั้น ไม่สามารถพักค้างคืนได้ โดยสามารถอยู่บนเกาะได้ถึงเวลา 16.00 น. ซึ่งจะมีเรือขากลับรอบสุดท้ายรอรับ
.
อีกสิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของเกาะนี้คือ เป็นเกาะที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ทหารคอยดูแลและให้คำแนะนำตลอดและเข้มงวดในการเล่นน้ำโดยสวมใส่เสื้อชูชีพ บนเกาะ จะมีร้านอาหารไม่มากนัก นักท่องเที่ยวสามารถเตรียมอาหารไปเองได้ แต่ห้ามใช้ภาชนะที่เป็นโฟม ต้องเป็นภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น ห้าม..!! ค้างคืนบนเกาะ ห้าม..!! ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ห้าม..!! ใส่ชุดบิกินนี่ ห้าม..!! นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดขึ้นเกาะ ที่สำคัญ ห้าม..!! นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปโดยไม่มีคนไทยเข้าไปด้วย นอกจากนี้ บนเกาะยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ของสวนพฤกศาสตร์ ป่าชายเลน และบ่อแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อีกด้วย เรียกว่า เที่ยววันเดียว คุ้มสุดๆ เมืองไทยยังมีอะไรดีๆอีกเยอะ รอคุณมาสัมผัส แล้วจะหลงรักแบบมิรู้ลืม
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://thailandtourismdirectory.go.th/.../itemid/21563
http://dspace.lib.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/1736
https://www.travelthaiblog.com/2020/06/KohSamaesarn.html

aesmsaar.jpg

 

********************

เขาขนาบน้ำ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
พิกัดภูมิศาสตร์ : 8.078025 N , 98.921312 E

 

ลักษณะทางภูมิศาสตร์
เขาขนาบน้ำ (ป่าในเมือง มหัศจรรย์เขาขนาบน้ำ พื้นที่ชุ่มน้ำโลก) เป็นเขาหินปูนสองลูกสูงประมาณ 100 เมตร เป็นเขาเล็กๆ แต่โดดเด่นตั้งตระหง่านคู่กัน ขนาบไปกับแม่น้ำกระบี่ ด้านหน้าตัวเมือง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกระบี่เลยก็ว่าได้ และหากมองจากมุมมองภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นป่าชายเลนกับลำคลองทอดยาวขนานกันไป เขาขนาบน้ำทางด้านขวามือ ปรากฏโถงถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบไปด้วยหินงอกหินย้อยที่ตายแล้ว (หินงอกหินย้อยที่ตายแล้วหมายถึง ปัจจุบันไม่มีการเกิดของหินงอกหินย้อย) แต่ไม่ได้หมายความว่า “ถ้ำตาย” จะมีความงามน้อยกว่า “ถ้ำเป็น” เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในถ้ำนี้มีมิติในเชิงลึก หินงอกหินย้อยที่ปรากฏให้เห็นเป็นเชิงชั้น หยดย้อยมาจากด้านบนลงมาหาหินงอกจากด้านล่าง และจากด้านล่างขึ้นไปหาด้านบนกลายเป็นเสาหินน้อยใหญ่เรียงรายกันไปหลายแท่ง ส่วนผนังถ้ำก็มีลวดลายหลากหลายคล้ายภาพในนวนิยายมากกว่าภาพจริง
.
สภาพพื้นที่โดยรวม...แวดล้อมด้วยผืนป่าชายเลนกับลำคลองทอดยาวกันไป ภายในเขาขนาบน้ำจะเป็นถ้ำโถงใหญ่โถงเดียว แต่งแบ่งเป็นห้องหรือซอกหลืบได้หลายห้อง และยังเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากมีการค้นพบโครงกระดูกโบราณ สันนิษฐานว่าอายุมากเป็นพันปีซึ่งเป็นยุคมนุษย์ถ้ำ ส่วนช่วงก่อนสงครามโลกได้พบเครื่องไม้เครื่องมือของทหารญี่ปุ่นที่เคยเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย ปัจจุบันทางจังหวัดกระบี่ได้สร้างหุ่นจำลองเอาไว้เพื่อเล่าเรื่องราวในแต่ละช่วงเวลา การสร้างสิ่งใหม่ในโถงถ้ำโบราณนั้นทำได้ดีมากเพราะไม่สร้างมากจนเกินไปจนทำให้บดบังและเสียทัศนียภาพจนไปกระทบต่อระบบนิเวศภายในถ้ำซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะระบบถ้ำ ถือเป็นระบบธรณีวิทยาที่มีความบอบบางต้องช่วยกันดูแลรักษา เขาขนาบน้ำมีความสำคัญที่มีทั้งเรื่องของธรณีวิทยา มานุษยวิทยา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ที่ถูกจารึกไว้ชัดเจนตามหลักฐานที่ปรากฏ จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาขนาบน้ำจะถูกนำไปเป็นสัญลักษณ์เมืองกระบี่ รวมถึงยังมีการจัดแสดงงานของศิลปิน ในงาน Thailand Biennale, Krabi 2018 ซึ่งในแต่ละจุดจะมีการจำลองงานศิลปะ เพื่อเชื่อมโยงกับเรื่องเล่า หรือตำนานของเขาขนาบน้ำให้เข้ากับวิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยกำหนดให้เป็นจุดแรกที่มอบให้ศิลปินสร้างสรรค์งานศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ
.
 การเดินทางไปเขาขนาบน้ำก็ไม่ยาก สามารถเช่าเรือหัวโทง ซึ่งเป็นเรือประมงในท้องถิ่น ได้ที่เท่าเรือเจ้าฟ้า บริเวณลานปูดำ ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คของกระบี่ ที่ใครผ่านตรงจุดนี้ก็จะต้องแวะถ่ายรูปกับเจ้าปูดำตัวโตกลับไป การนั่งเรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ก็จะถึงเขาขนาบน้ำที่รายล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของป่าชายเลนโดยรอบ
.
พื้นที่ใกล้เคียงกับเขาขนาบน้ำ ยังสามารถที่จะเที่ยวแบบสัมผัสกับวิถีชุมชน ในชุมชนเกาะกลาง ที่เป็นการรวมตัวกันของ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านกลาง บ้านคลองประสงค์ และบ้านคลองกำ ตั้งเป็นชุมชนท่องเที่ยวเกาะกลาง ใครที่มาชมก็จะได้ประสบการณ์ร่วมกับคนในชุมชน เห็นวิถีชุมชนชาวประมงผสมผสานกับระบบการเกษตรทฤษฎีใหม่และเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีผลผลิตประจำถิ่นคือ ข้าวสังข์หยด และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา และหอย รวมทั้งนำเสนอผลงานศิลปะฝีมือแม่บ้าน เช่น การทำผ้าปาเต๊ะหรือบาติก ผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งเราพยายามดึงเรื่องของวัฒนธรรมวิถีถิ่น การเป็นอยู่ อาหารการกิน และบ้านเรือนมารวมไว้ด้วยกัน รับรองได้ว่าหากคุณไปเยือนจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน ที่นี่..กระบี่..!!

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://thai.tourismthailand.org/Attraction/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%...

https://ocac.go.th/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-4-%E0%B...

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #เขาขนาบน้ำ #กระบี่ #คู่กัน #คั่นกู

*********************

เนินนางพญาหรือจุดชมวิวเนินนางพญา
พิกัดภูมิศาสตร์ : 12°35′29″N   101°52′51″E

วันนี้แอดมินขอแนะนำการเดินทางไปกินลมชมวิวในบรรยากาศริมทะเลกับคู่รัก หนึ่งในเส้นทางชวนฝัน หรือที่เรียกกันว่า Dream Destination และได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ซึ่งก็คือ “เนินนางพญา (Noen-nangphaya view point)” เนินแห่งนี้อยู่บนถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ใกล้ๆ บริเวณหาดคุ้งวิมาน ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งได้รับการปรับภูมิทัศน์ให้ใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งผู้ที่มาท่องเที่ยวตรงจุดชมวิวริมทางนี้ จะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพอันสวยงามของเนินเขาริมชายฝั่ง และได้เห็นวิวชายทะเลแบบมุมกว้าง เกือบ 360 องศา โดยด้านหนึ่งจะมองเห็นส่วนแหลมที่เป็นปลายด้านหนึ่งของอ่าวคุ้งกระเบน อีกด้านหนึ่งจะเป็นช่วงของถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ถนนเลียบชายทะเลที่ทอดยาวไปจนถึงหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน มีลักษณะเป็นโค้งรูปตัวเอสที่ถือได้ว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุดนั่นเอง
.
ด้านลักษณะทางกายภาพ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแนวเขามาบค้อที่มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 100 เมตร วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณชายหาดของอ่าวพบชั้นหินทรายสีน้ำตาลอ่อน ถึงสีขาว เนื้อปานกลางถึงหยาบ ชั้นหนา แสดงชั้นเฉียงระดับและริ้วคลื่นแทรกสลับกับชั้นหินดินดาน หินทรายแป้งสีน้ำตาลแดงบ่งชี้ถึงการสะสมตัวของหินโดยทางน้ำ จัดเป็นชั้นหินในหมวดหินแหลมสิงห์ ยุคจูแรสซิก  ลักษณะทางธรณีสัณฐานจากการกร่อนโดยคลื่นปรากฏให้เห็นเด่นชัดบริเวณเนินแห่งนี้ต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณแหลมหินคันซึ่งประกอบด้วย หน้าผาคลื่นเซาะ หาดหิน และซุ้มหินชายฝั่ง
.
บรรยากาศระหว่างทางก็จะเป็นจุดชมวิวต่างๆ ให้เราจอดรถได้ชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น สถานที่ให้ถ่ายรูป ศาลานั่งพักให้บริการนักท่องเที่ยว และมีขอบทางสีแดงให้นักปั่นจักรยานไปตามเส้นทางถนนได้อีกด้วย เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนก็จะเห็นบริเวณกว้าง และวิวภูเขากับทะเลที่สวยงาม มีรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีลักษณะที่เป็นผาชันลงไป มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อน ให้ได้ถ่ายรูปกัน เมื่อเราเดินไปทางด้านขวาของจุดชมวิว เราจะได้เห็นภาพที่สวยมาก ซึ่งเรามักจะเห็นโฆษณามาถ่ายทำอยู่บ่อยครั้ง มีลานจอดรถทั้งรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และช่องสำหรับจอดจักรยาน รวมถึงเลนสำหรับจักรยานที่มองเห็นอย่างชัดเจนไว้ให้บริการ อีกทั้งยังมีศาลานั่งพักผ่อนและร้านค้าประปรายให้เลือกซื้อรับประทาน นอกจากจะได้เห็นทิวทัศน์สวยๆ ในบรรยากาศริมทะเลแล้ว ที่จุดชมวิวเนินนางพญาก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งในบ้านเรา ซึ่งสนับสนุนให้คู่รักที่เดินทางมาเที่ยวได้อธิษฐานขอพรเกี่ยวกับความรักอย่างมั่นคง ดั่งป้ายคำกลอนที่กล่าวไว้ว่า “เนินนางพญาแห่งนี้ที่รวมใจ คู่รักใดปรารถนารักคงมั่น ร่วมดวงจิตอธิษฐานสัญญากัน คล้องสองใจรักมั่นนิรันดร”และยังสามารถนำกุญแจมาคล้องที่ราวลวดสลิงแบบภาพยนตร์เกาหลีได้อีกด้วย
จากจุดชมวิวเนินนางพญานี้สามารถเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกมากมายในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีระยะทาง ดังนี้
- หาดคุ้งวิมาน ประมาณ 1.5 กิโลเมตร

-จุดชมวิวพระยืน ประมาณ 3 กิโลเมตร

- หาดเก็บตะวัน ประมาณ 0.4 กิโลเมตร

- หาดแหลมเสด็จ ประมาณ 16 กิโลเมตร

- ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน ประมาณ 15.5 กิโลเมตร

- หาดเจ้าหลาว ประมาณ 15.5 กิโลเมตร
.
จะเห็นได้ว่ารอบๆเนินนางพญานั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว และยังเป็นถนนที่เหมาะกับการขับรถเที่ยว หรือเลือกที่จะขี่จักรยานเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทะเลสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเส้นขอบฟ้า กับพระอาทิตย์กำลังใกล้ลาลับไป ผสมกับลมที่กำลังปะทะใบหน้า บนจุดชมวิวเนินนางพญา แห่งคุ้งวิมาน เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจยิ่งนัก อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งจันทบุรี ที่มีความสวยงาม ทั้งทะเล ทั้งภูเขา ถือว่าเป็นวิมานแห่งจันทบุรี วันหยุดยาวสิ้นปีนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวอยู่หรือยังไม่เคยไป “เนินนางพญา” ต้องไปสัมผัสบรรยากาศให้ได้นะครับ
.
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #เนินนางพญา #จุดชมวิว #ถนนเลียบชายทะเล #หนาวนี้ทะเลสวยกว่าที่คิด #เพราะฉันคือทะเล #โลมาไม่ใช่ปลา #จุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งภาคตะวันออก #จันทบุรี #เมืองจันทร์

ติดตามชมภาพอื่นๆได้ที่ https://www.gistda.or.th/main/th/node/3196
.
อ้างอิง
1. http://www.eculture.rbru.ac.th/ (ระบบฐานข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดจันทบุรี RBRU e-Culture)
2. https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/compare/itemid... (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
3. https://www.facebook.com/thaitourismnews/posts/2148955208557807/ (ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.)
4.สรุปผลการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และข้อมูลทางธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา

main_22.jpg

 

*********************

เกาะปันหยี

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°20′8″N 98°30′11″E

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ท่องเที่ยวทางทะเลอยู่...วันนี้แอดมินจะพาทุก ๆ คน ไปเยือนถิ่นใต้ สัมผัสวิถีชีวิตชาวประมง เที่ยวชมชุมชนกลางน้ำ ตื่นตากับ “สนามฟุตบอลลอยน้ำ” ที่โด่งดังไปไกลทั่วโลกและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังยกให้เป็น 1 ใน Unseen Thailand อีกด้วย นั่นก็คือ “เกาะปันหยี” นั่นเอง เกาะในฝันของใครหลายๆคน
.
“เกาะปันหยี” หมู่บ้านกลางน้ำในจังหวัดพังงา มีประวัติความเป็นมาหลายร้อยปี บรรพบุรุษของคนบนเกาะเป็นครอบครัวชาวชวา 3 ครอบครัวที่อพยพมาจากอินโดนีเซียด้วยเรือใบ 3 ลำ เพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยและแหล่งทำมาหากินแห่งใหม่ พวกเค้าตกลงกันว่าหากใครพบที่ทำกินก่อน ให้ทำสัญลักษณ์ด้วยการปักธงไว้ที่ยอดเขา จนในที่สุดครอบครัว “โต๊ะบาบู” ก็พบเกาะนี้ก่อนใคร และได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า “ปันหยี” ที่แปลว่า “ธง” มาจากภาษาอินโดนีเซีย นั่นเองครับ
.
พื้นที่เกาะตั้งอยู่ในทะเลอ่าวพังงา และบริเวณป่าชายเลนอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีเขาหินปูนตั้งเด่นเป็นสง่าพื้นที่เกาะมีประมาณ 108.09 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ราบประมาณ 1 ไร่ ประกอบด้วยหมู่บ้านจำนวน 4 หมู่บ้าน ด้วยกันคือ บ้านท่าด่าน บ้านเกาะปันหยี บ้านเกาะไม้ไผ่ และบ้านเกาะหมากน้อย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพประมงเป็นหลัก บนเกาะ มีทั้งโรงเรียน สถานีอนามัย มัสยิด ร้านค้า ร้านขายของที่ระลึกมากมาย ร้านอาหารทะเลที่วัตถุดิบนั้นสดใหม่ตลอดเวลามาจากกระชังปลาใกล้ ๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาเนื้อเด้ง ๆ หอมหวาน รังสรรค์เมนูอร่อย ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง สำหรับของฝากที่ไม่ควรพลาดหากมาเยือนคือ...น้ำพริกกุ้งเสียบ
.
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเกาะปันหยีก็จะมี “บ้านกลางน้ำ” เป็นหมู่บ้านเกาะปันหยีที่ปลูกสร้างอยู่กลางทะเลโดยไม่มีพื้นดินเลย เป็นชุมชนมุสลิมตั้งอยู่กลางทะเลมานานกว่า 200 ปี นอกจากนี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแวะมาเยี่ยมชมตลอดปีคือ “ถ้ำทะลุ” เป็นลักษณะคล้ายเกาะตั้งอยู่ในทะเล มีช่องว่างระหว่างกลางเรียกว่า ถ้ำทะลุ นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือแคนูชมบริเวณโดยรอบได้ อีกทั้งมี “ภูเขาเขียน” ตั้งอยู่ก่อนถึงตัวเกาะปันหยีประมาณ 400 เมตร อยู่บริเวณภูเขา ชมภาพเขียนโบราณ เชื่อกันว่าเป็นภาพเขียนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ปรากฏเป็นรูปต่าง ๆ เช่น ลิง ปลาโลมา และจระเข้ นอกจากนั้นยังมี “มัสยิดเกาะปันหยีดารุสสลาม” ศาสนสถานที่เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชาวเกาะปันหยี ตัวอาคารมัสยิดเป็นอาคารสูงสองชั้น มองเห็นโดมสีทองเด่นตระหง่านแต่ไกล ภายในอาคารตกแต่งด้วยหินอ่อนสวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่งครับ
.
พลาดไม่ได้ กับสิ่งที่เป็น Highlight นั่นก็คือ “สนามฟุตบอลลอยน้ำ” สนามฟุตบอลที่สวยที่สุด ติด 1 ใน 3 ของโลก เป็นสนามฟุตบอลที่ ไม่เหมือนใคร สร้างขึ้นมาด้วยความหลงใหลในกีฬาลูกหนังของเด็กชายกลุ่มหนึ่งที่มีใจรักฟุตบอล ฝันอยากเล่นเก่งเหมือนเปเล่ ซิโก้ แห่งบราซิล แต่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย มีแต่ภูเขากับทะเล พวกเขาอาศัยเล่นตามชายหาดเวลาน้ำลงบ้าง ต่อมาก็หาเศษไม้มาต่อเป็นแพปลาแล้วเตะเล่นกันบนแพเสียเลย จนในปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นสนามคอนกรีตอย่างดี ทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้ดี ไม่สั่นไหวคลื่นลมเลย หากมองมุมสูงจะสวยงามมากเป็นสนามฟุตบอลที่ลอยอยู่กลางทะเล นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเกาะปันหยีต้องมาที่นี่ครับ เสมือนว่าหากขึ้นเกาะปันหยีแล้วไม่ได้มาดูสนามฟุตบอลกลางน้ำเสมือนมาไม่ถึงเกาะกันเลยทีเดียว
.
วันหยุดยาวปีนี้ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวอยู่ ให้เกาะปันหยีเป็น 1 ในตัวเลือกที่จะพิจารณากันนะครับ แล้วคุณจะหลงรักที่นี่แบบสุดหัวใจ

.
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #สนามฟุตบอลลอยน้ำ #บ้านกลางน้ำ #ปันหยี #หนาวนี้ทะเลสวยกว่าที่คิด #เพราะฉันคือทะเล #โลมาไม่ใช่ปลา

อ้างอิง
1. http://www.kohpanyee.go.th/html/new-menu.asp?typemenu=14 (องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี)
2. https://travel.kapook.com/view186238.html (15เรื่องน่ารู้เกาะปันหยี)
3. https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=120&fbclid=I...

015.jpg

 

 

*********************

“แก่งชมดาว” หรือ หาดชมดาว , แก่งชมดาว ที่หลายๆคนคุ้นหู
พิกัดทางภูมิศาสตร์ 15.906637, 105.347283

.
สถานที่แห่งนี้..ตั้งอยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ก่อนถึงสามพันโบกประมาณ 20 ก.ม. แก่งชมดาวหรือหาดชมดาวเป็นแนวหาดหิน แก่งหิน อันกว้างใหญ่และยาวมากหลายร้อยเมตร ซึ่งการเกิดของหินรูปพรรณสัณฐานประหลาด เช่นเดียว กับสามพันโบก ซึ่งในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินเหล่านี้จะจมอยู่ใต้แม่น้ำโขงและด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็กใหญ่ จำนวนมาก เกิดเป็นประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตาชวนให้จินตนาการ ก่อนจะเผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการสรรค์สร้างของธรรมชาติในช่วงหน้าแล้งที่ระดับน้ำจะลดต่ำลง ลักษณะทางภูมิประเทศเช่นนี้ ในทางธรณีวิทยาเกรียกกันว่า “กุมภลักษณ์” หรือที่ชาวบ้านในท้องถิ่นเรียกว่า “โบก” แอ่งดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นหินตะกอนที่จัดอยู่ในหมวดหินภูกระดึง หินในหมวดนี้โผล่ให้เห็นในพื้นที่ค่อนข้างราบโดยวางตัวในระดับต่ำประมาณ 190-400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
.
หาดชมดาว...มีลักษณะคล้ายกับสามพันโบกแต่ มีพื้นที่ กว้างกว่า รวมถึงมีริ้วลายหินและรูปทรงแปลกๆ บางพื้นที่เป็นรูเว้าแหว่ง บางพื้นที่ก็ซ้อนกันเป็นชั้น บางพื้นที่เป็นดิน แห้งระแหง มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่ บางแอ่งเล็ก มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป บางพื้นที่ก็เป็นหลุม บ่อขนาดน้อยใหญ่แตกต่างกันออกไป บางหลุมมีน้ำขังอยู่ด้านในมีสีคล้ายสระมรกต บางกลุมลึก สูง ใหญ่เป็นหุบเหว หาดชมดาวมีจุดไฮไลต์ที่ สวยที่สุด ซึ่งเป็นลักษณะเป็นผาหินสูงใหญ่และเว้าแหว่งยาวคล้ายช่องแคบมีสายน้ำไหลผ่าน และมีก้อนหินเล็กกลางน้ำให้ลงไปยืนโพสต์ท่าถ่ายรูป ซึ่งได้มุมสวยเก๋ไม่เหมือนใครแน่นอน ช่วงเวลาที่เหมาะสมมี 2 ช่วง คือ เช้าและบ่ายไม่แนะนำให้มาเที่ยงเพราะจะร้อนมาก หากอยากชม พระอาทิตย์ขึ้นก็มาในช่วงเช้าก่อน 8 โมง เพราะหลังจากเวลานั้นไปแดดจ้ามาก เพราะอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่พระอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก ตีห้าครึ่ง พระอาทิตย์เริ่มมาแล้ว และอีกหนึ่งช่วงคือ ช่วงบ่ายตั้งแต่ประมาณ 4 โมง เย็น ทั้งนี้ต้องเผื่อเวลาเดินอีกประมาณครึ่งชั่วโมงด้วยนะครับ ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะจะมาเที่ยวนั่นก็คือ ตั้งแต่ พ.ย. –พ.ค. ของทุกปี ซึ่งช่วงนี้อากาศจะค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนมากนั่นเอง
.
คำแนะนำ หาดชมดาวมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างมากกว่าสามพันโบก เมื่อมาถึงศาลาซึ่งเป็นจุดจอดรถต้องเดินไปอีกเกือบ 1 ก.ม.จึงจะไปถึง จุดไฮไลต์หรือแม้แต่ลวดลายหินสวยๆในบริเวณอื่น ซึ่งจะแตกต่างกับสามพันโบกที่เดินไปนิดเดียวก็ถึงแก่ง สำคัญที่สุดหากยังไม่เคย มาเที่ยว ให้ขอไกด์นำทางมาด้วยสามารถติดต่อจากที่พักก็ได้ ไม่แนะนำให้เดินหาเองเพราะจุดไฮไลต์จะหาเจอยากมากไม่มีป้ายบอก ชัดเจนถ้าไม่ใช่เป็นคนในพื้นที่อาจหลงทางไปไกลและควรเตรียมน้ำดื่มมาให้พร้อม
.
สถานที่แห่งนี้ กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก และกำลังได้รับการผลักดันให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี จากข้อมูลส่งเสริมการท่องเที่ยวของที่นี่ทำให้เราทราบว่าบริเวณนี้มีโบก เกาะแก่ง และเพิงหินต่างๆอยู่หลายจุดที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม เช่น ถ้ำตาอ้วน ถ้ำตามา ก้อนสามเส้า ช่องสามโศก แกรนด์แคนยอนนาตาล ผาวัดใจ ผาเดียวดาย แอ่งม้าคอย และหาดทรายขาว เป็นต้น ซึ่งแต่ละแห่งนั้นก็มีความสวยงามที่แปลกตากันไปนั่นเอง ... เมืองไทย ยังมีที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายนะครับ ที่กำลังรอทุกท่านมาเยือน อย่าลืม...!! ไปเที่ยวทุกครั้งช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ รอบหน้ามุมมองจากอวกาศ จะพาทุกคนไปเที่ยวที่ไหนอีก อย่าลืมติดตามนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.muangboranjournal.com/post/HinNgarm-ChomDao-Ubon
รายงานฉบับสมบูรณ์การรวบรวม สำรวจ ศึกษาประเมินและประมวลผลแหล่งธรณีวิทยาและกำหนดแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาจังหวัดอุบลราชธานี https://bit.ly/2KtpXsV

 

 

012.jpg

 

*****

ไร่ฉุยฟง หรือ ไร่ชาฉุยฟง
พิกัดทางภูมิศาสตร์ 20°11'55.5"N , 99°49'06.3"E

.
ใกล้หน้าหนาวแล้ว...สำหรับใครที่อยากจะไปสัมผัสอากาศหนาวแต่ไม่รู้จะไปไหนดี แอดมินมีสถานที่มาแนะนำกันครับ นั่นคือ จังหวัดเชียงราย เหนือสุดแดนสยาม เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวอีกจังหวัดนึงเลยทีเดียว หากมาเยือนเชียงรายแล้ว...สถานที่ที่ไม่ควรพลาดซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์คที่สำคัญของจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปเช็คอินกัน คงหนีไม่พ้น “ไร่ชาฉุยฟง” นั่นเองครับ
.
“ไร่ชาฉุยฟง” หรือ “ฉุยฟง” ในภาษาจีน แปลว่า “ภูเขาที่เขียวชะอุ่ม” เป็นของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดใน จังหวัดเชียงราย โดยมีประสบการณ์ยาวนานในการเพาะปลูกชามานานกว่า 40 ปี และมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวจนกลายเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ไร่ชามีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือ อำเภอแม่จัน และบ้านพญาไพร ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง ในส่วนของที่มาที่ไปสำหรับไร่ชาแห่งนี้ เดิมทีเดียว ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริ ส่งเสริมให้ประชากรมีอาชีพการเกษตร ด้วยโอกาสนี้ คุณทวี วนัสพิทักษกุล ได้ริเริ่มการปลูกใบชา โดยได้ก่อตั้งโรงงานชาฉุยฟง จำกัด เมื่อปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ.2522) ในเขตพื้นที่ หมู่บ้านพญาไพร ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายในสมัยนั้น โดยได้รับการสนับสนุนแนะนำจากโครงการหลวงฯและได้รับประสานความช่วยเหลือ จากสมาคมช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากจีนไต้หวัน หลังจากนั้น บริษัทชาฉุยฟง จำกัด ได้มุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่ปลูกใบชาในพื้นที่อากาศอันเหมาะสมแห่งนี้จนได้รับความเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอดนั่นเองครับ
.
30 ปีที่ผ่านมา คุณทวี วนัสพิทักษกุล ได้ขยายกิจการ โดยชักชวนมวลชนในหมู่บ้านพญาไพรและใกล้เคียงได้เข้าร่วมโครงการปลูกชาพันธ์ดี เพื่อนำผลผลิตเข้าสู่โรงงานของบริษัท ชาฉุยฟง จำกัด ซึ่งได้ร่วมมือกันขยายพื้นที่ปลูกชาประมาณ 300 ไร่ และได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยแห่งจีนไต้หวัน ได้มอบต้นกล้า “ชาอู่หลง” ซึ่งเป็นชาพันธุ์ดี จำนวน 360 ต้น มาเพาะขยายกล้าพันธุ์ พร้อมได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญฯ ในระยะเวลาดังกล่าวบริษัท ชาฉุยฟง จำกัด ได้พัฒนาไร่ชาจนกลายเป็นแบบอย่างของการเกษตรในพื้นที่ภูเขาสูง และมีผู้เข้าร่วมโครงการจากพื้นที่ใกล้เคียงมากขึ้น ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาการในเขตพื้นที่บริการตามโครงการของ บริษัทชาฉุยฟง จำกัด ดีขึ้นกว่าเดิม จากนั้นได้ขยายพิ้นที่ทำไร่ชาพร้อมได้ก่อสร้างโรงงานผลิตใบชาแห่งใหม่ในปี ค.ศ.2005 (พ.ศ.2548) ณ บริเวณดอยแม่สะลองในตำบลป่าซาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายในพื้นที่กว่า 400 ไร่ โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกสิกรไทยจำกัด มหาชน และได้พัฒนาชาแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แห่งใหม่ของจังหวัดเชียงราย ด้วย ผลผลิตใบชาจากโรงงานแห่งนี้ ได้เป็นสินค้าส่งออกสู่ตลาดสากลจนถึงทุกวันนี้

 

.
ปัจจุบัน...ไร่ชาแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ในภูมิประเทศแถบเทือกเขาสูง ซึ่งอยู่บนพื้นที่ี่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางกว่า 1,200 เมตร และมีบรรยากาศโดยรอบปกคลุมด้วยหมอกตลอดปี หันไปทางไหนมองเห็นแต่สีเขียวสบายตา ไร่ชาขนาดใหญ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาปลูกลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได นอกจากนี้แล้วยังมีร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ไว้บริการให้นั่งชิมกันอย่างสบายแบบผ่อนคลาย ชิวๆ สำหรับเมนูยอดนิยมก็มีมาให้ลิ้มลองกัน เช่น สปาเก็ตตี้ยูนาน หมั่นโถวชาเขียว ชาเขียวเย็น เค้กชาเขียว เป็นต้น นอกจากนี้ ที่ไร่ชาฉุยฟงยังสามารถชิมชาและเลือกซื้อชาคุณภาพดีหลากสายพันธุ์ เป็นของฝากได้ ด้วยบรรยากาศที่สวยงาม ไร่ชาฉุยฟง ได้รับความนิยมในการถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณาและถ่ายทำละครโทรทัศน์หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน ฉากที่เราเคยเห็นในจอทีวีส่วนใหญ่เป็นฉากโรแมนติกที่พระเอก นางเอง พลอดรักกัน สวีทกัน ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง ให้คนดูได้สัมผัสกลิ่นอายที่โรแมนติกและอิจฉาเคลิบเคลิ้มไปตามๆกัน สำหรับใครที่เพิ่งมาเยือนครั้งแรกรับรองได้ว่า First impression จะต้องประทับใจในความเขียวชอุ่มตามที่ได้เห็นจากสื่อต่างๆอย่างแน่นอน ในละครสวยและบรรยากาศดีเท่าไหร่ บอกเลยว่า มาเจอของจริง สวยกว่ามาก ยิ่งในช่วงเช้าที่สายหมอกจางๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่สดชื่น เย็นกายสบายใจอย่างแน่นอน ที่สำคัญที่สุด..!! ที่นี่เข้าชมฟรี และถ่ายรูปได้หลายมุมมากๆ หนาวนี้มาเที่ยว “ไร่ชาฉุยฟง” กันครับ แล้วคุณจะพบกับรอยยิ้มและความประทับใจกลับไป...
. .
ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.chiangraifocus.com/article/72
https://www.baanlaesuan.com/.../cafes/chui-fong-tea-cafe

013.jpg

*****

เกาะพีพีดอน จังหวัดกระบี่
พิกัดภูมิศาสตร์: 7°44'46.02" N 98°.46'42.28"E

.
เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สวรรค์แห่งอันดามันแห่งนี้ ตั้งอยู่ในท้องที่ของตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเป็นที่เลื่องชื่อมาก (หมู่เกาะพีพี) ถึงขั้นติดอันดับโลกในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามตามแบบฉบับธรรมชาติมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งและได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก เลื่องชื่อในความงดงามของชายหาด ปะการังที่สวยงาม โดย เกาะพีพีดอนมีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี และยังเป็นเสมือนศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพี เพราะมีทั้งท่าเรือ ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มีชายหาดที่สวยงาม และมีอ่าวโค้งเว้าที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งถ้ามองจากมุมมองภาพถ่ายดาวเทียมที่พบอ่าวคู่โค้งเว้าที่สวยงามจากตรงกลางภาพได้อย่างชัดเจน คือ อ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัม ซึ่งถือเป็นเวิ้งอ่าวคู่ที่ติดอันดับโลก
.
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเกาะพีพีดอน เป็นภูเขาหินปูนสูงชันเรียงตัวตามแนวยาว ตามแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ เทือกเขาบริเวณชายฝั่งจะมีความสูงชันและมีความลาดชันทางด้านทิศตะวันตกมากกว่าทิศตะวันออก พื้นที่ตรงกลางเป็นพื้นที่ราบขนาบ 2 ข้าง ซึ่งจะคอดเข้าหากันจนคล้ายเป็นเกาะ 2 เกาะที่เชื่อมต่อกันด้วยแนวชายหาด มีลักษณะเหมือนกับคอคอดกระ พื้นที่รอบเกาะประกอบด้วยสังคมพืชหลัก 5 ลักษณะ คือ สวนมะพร้าว , สวนมะม่วงหิมพานต์ ,ป่าสนผลัดใบ , ป่าดิบแล้ง และป่าชายเลนที่อยู่ร่วมกับชุมชน สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ที่น่าภูมิใจคือ ไม่มีปัญหาการลักลอบทำลาย
.
ลักษณะภูมิอากาศ...มีลักษณะอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้นตลอดทั้งปี โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เต็มที่ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี ซึ่งจะมีช่วงฤดูฝนยาวนานถึง 8 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม ของทุกปีทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนี้
.
นอกจากนี้...ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจของเกาะพีพีดอนได้แก่ ยงกะเส็ม (อ่าวลิง) เวิ้งบนด้านทิศตะวันตกของเกาะ ซึ่งชื่อนี้ได้มาเพราะ มีภูเขาด้านหลัง ที่เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงขนาดใหญ่ ซึ่งบ่อยครั้งฝูงลิงจะลงมาที่ชายหาด และเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว อ่าวลิงมี มีทะเล และเป็นแหล่งของปะการัง เป็นกองหินอยู่ใต้น้ำจำนวนมากมายแนวประการังที่อ่าวลิงนับว่าเป็นแนวประการังที่ใหญ่พอสมควร มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นปะการังน้ำตื้น แต่ตามช่วงแนวหน้าผาลึกลงไปจะเป็น ปะการังอ่อน แต่ถ้ามาดำน้ำตามหน้าผา ในจุดนี้ช่วงน้ำลง จะได้พบเห็นประการังอ่อน และสภาพแวดล้อมของปะการังน้ำลึก เหมือนกับว่าดำน้ำครั้งเดียวได้ชมความงามไปทั้ง 2 รูปแบบ
-หาดยาว
อยู่ติดกับอ่าวต้นไทรจึงมีความคึกคักไม่แพ้กัน ชายหาดมีความยาวเกือบ 700 เมตร เป็นชายหาดที่ยาวสมชื่อ นักท่องเที่ยวนิยมไปนอนอาบแดดและเล่นน้ำ ทะเลกันมาก นอกจากนี้ยังมีแหล่งดำน้ำที่เด่นที่สุด อยู่ที่ปลายหาด ทางด้านทิศตะวันออกบริเวณ หินแพ เป็นกองหินใต้น้ำ ที่มีปะการังหลากหลายชนิด เช่น ปะการังกิ่ง ปะการังสมอง สามารถดำได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึกถัดจากหาดยายอ้อมหัวเกาะไปอีกฝั่ง มีหาดเล็กๆที่เงียบสงบ ยาวประมาณ 400 เมตร ชื่ออ่าวโละมูดี มีหาดทรายที่ขาวสะอาด สามารถเล่นน้ำได้ เดินทางได้โดยนั่งเรือมาจากอ่าวต้นไทร
.
ด้านการตั้งถิ่นฐานของชุมชนบนเกาะประกอบด้วย 3 ชุมชนย่อยคือ
1.ชุมชนอ่าวต้นไทรเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของเกาะมีพื้นที่ชุมชนประมาณ 243 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ราบหลังเวิ้งอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม บริเวณนี้มีโรงแรม สถานที่พักแรม ย่านการค้า การบริการและการท่องเที่ยวเช่น โรงพยาบาล โรงเรียน มัสยิส ที่พักสายตรวจเป็นต้น
2.ชุมชนบ้านเกาะ เป็นชุมชนขนาดกลาง เป็นชุมชนดั้งเดิมมีพื้นที่ประมาณ 179 ไร่ และทางใต้บริเวณอ่าวโละบาเกา มีพื้นที่ 127 ไร่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำสวนมะพร้าว ประมง และรับจ้างทั่วไป
3.ชุมชนแหลมตง เป็นชุมชนขนาดเล็กมีพื้นที่ประมาณ 111 ไร่ อยู่ทางด้านเหนือสุดของเกาะ ผู้คนมีการดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย ปลูกบ้านเป็นกระต๊อบเล็กๆ ดำรงชีพด้วยการออกหาปลา มีภาษาพูดที่เป็นของตัวเอง และยังมีการทำของที่ระลึกขายซึ่งทำมาจากธรรมชาติ เช่น นำลูกมะพร้าวมาทำเป็นของตกแต่งเล็กเหมาะแก่การซื้อไปเป็นของฝาก นักท่องเที่ยวมักจะเช่าเหมาเรือ มาชมชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวเล
.
เกาะพีพีดอน เป็นเกาะที่น่าหลงใหลรอการมาเยือนจากนักท่องเที่ยว ธรรมชาติที่สวยงาม ผู้คนบนเกาะที่เป็นมิตร และวิถีชีวิตที่เรียบง่ายจะทำให้คุณประทับใจมิรู้ลืม
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php...
https://www.atsiamtour.com/gallery/141
รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม บริเวณอ่าวโละบาเกา เกาะพีพีดอน ของ บ.Destination Air จำกัด

014.jpg

 

*****

“ภูกระดึง”

 

ภูกระดึง ตั้งอยู่บนพื้นที่ ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ 16.8970° N, 101.8436° E
.
แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของเหล่าบรรดานักพิชิตยอดเขาสูงของไทยเพื่อชื่นชมความเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งความงามปลายขอบฟ้า ในใจคงต้องมีชื่อของ “ภูกระดึง” ในอันดับต้นๆแน่ๆ
“ภูกระดึง” ถือเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีที่ราบบนยอดภูเขาเป็นพื้นที่กว้างประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 8,522 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน มีความสูงอยู่ระหว่าง 1,200 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง หรือสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ 950 เมตร เทียบคร่าวๆก็ประมาณ 3 เท่าของตึกใบหยก-2 ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้อากาศบนยอดภูเย็นสบายตลอดทั้งปี  ซึ่งหากมองด้วยมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นว่า ภูกระดึง มีลักษณะคล้ายกระดึงห้อยคอวัว  หรือ บางมุมก็จะมีรูปร่างเหมือนรูปหัวใจ กิจกรรมหนึ่งที่เป็นที่นิยมบนภูกระดึงนั้นก็คือการไปนั่งชมพระอาทิตย์อัสดงในยามเย็นหรือไม่ก็ไปนั่งชมแสงแรกแห่งวันในยามเช้า หากไปเป็นคู่มันช่างโรแมนติกเสียจริงๆ..!!  ซึ่งบนภูกระดึงก็มีหลายผาที่มีพื้นที่เปิดโล่งพอให้เราได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศ อาทิเช่น ผานกแอ่น ผาหมากดูก ผาจำศีล ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน เป็นต้น
.
แน่นอนว่า ตำแหน่งของผาเหล่านี้ก็คือบริเวณขอบสุดของที่ราบบนยอดภูกระดึง เพราะฉะนั้นเราควรพึงระวังไว้เสมอหากได้มีโอกาสไปเที่ยวบริเวณดังกล่าว เนื่องจากหน้าผาที่ภูกระดึงนี้ค่อนข้างชัน แม้แต่ในภาพถ่ายจากดาวเทียมยังเห็นเป็นขอบสูงอย่างชัดเจน และเป็นจุดที่อาจจะเกิดการพังทลายของหินสู่ด้านล่างได้ง่าย และที่ผ่านมาก็มีข่าวนักท่องเที่ยวพลัดตกเพราะความประมาทมาแล้วด้วย
.
หากมองในเชิงธรณีสัณฐาน ลักษณะภูกระดึงมียอดราบ รองรับด้วยโครงสร้างของชั้นหินวางตัวเกือบจะอยู่ในแนวราบ ซึ่งเป็นส่วนของโครงสร้างรูปประทุนหงาย โดยรอบภูมีไหล่เขาที่เป็นขอบผาชัน สลับกับไหล่เขาค่อนข้างลาด ทำให้ดูเหมือนขั้นบันได ทั้งนี้..เป็นผลจากการมีโครงสร้างทางธรณีที่มีชั้นหินทนทานต่อการสึกกร่อน สลับกับชั้นหินที่สึกกร่อนได้ง่าย ส่วนใหญ่เป็นหินทรายที่สึกกร่อนได้ยากสลับกับหินทรายแป้งและหินดินดานที่สึกกร่อนได้ง่าย จากลักษณะโครงสร้างเช่นนี้ยังทำให้มีผาชันโดยรอบ ภูกระดึงมีชะง่อนผาหรือเทิบ (หินที่ยื่นออกมา) ยื่นล้ำออกมากลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ผาหล่มสัก ผานกแอ่น ฯลฯ ตามจุดไหล่เขาที่หินผุมีน้ำไหลซึมออกมาตามแนวลาดเอียงของชั้นหิน เรียกว่า “ซำ” เช่น ซำแฮก, ซำกกกอก, ซำกกโดน เป็นต้น
.
ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึง แตกต่างจากสภาพอากาศในที่ราบต่ำเป็นอย่างมาก โดยปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำฝนบนที่ต่ำ เนื่องจากอิทธิพลของเมฆ/หมอกที่ปกคลุมยอดภูกระดึงเป็นเนืองนิจ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 0-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 23-30 องศาเซลเซียส อากาศบนยอดภูกระดึงมักจะแปรปรวน มีเมฆหมอก ลอยต่ำปกคลุมบ่อยครั้ง อากาศจึงค่อนข้างเย็นตลอดปี
.
เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของภูกระดึง คือ สังคมพืชของภูกระดึงเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดป่าหนึ่ง มีทั้งป่าผลัดใบ และป่าดงดิบ ที่ระดับความสูงต่างๆ ป่าสองข้างทางจะเปลี่ยนไปตามความสูงของพื้นที่ จาก ป่าเต็งรัง สู่ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และสุดท้าย ณ ยอดภูกระดึง คือป่าสนเขาและทุ่งหญ้า ในความรู้สึกจริงหากได้เข้าไปเดินป่าบนเส้นทางนั้น ก็จะประมาณว่าจากป่าที่โปร่งโล่ง อากาศร้อนอบอ้าว ค่อยๆเปลี่ยนเป็นป่าเขียวหนาทึบ ที่อุณหภูมิค่อยเย็นลงอย่างช้าๆ เป็นเพราะความชื้นจากต้นไม้ที่ให้เราได้สัมผัสตลอดเส้นทาง

 

ในช่วงฤดูฝน มักเกิดภัยธรรมชาติ เช่น เกิดการพังทะลายของภูเขาและมีน้ำป่า ทางอุทยานแห่งชาติจึงกำหนดให้ปิด-เปิดการท่องเที่ยวเฉพาะบนยอดเขาภูกระดึง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และให้สภาพธรรมชาติและสภาพแวดล้อมได้มีการพักฟื้นตัว หลังจากนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมอย่างมากในแต่ละปี หากใครจะไปเที่ยวควรตรวจสอบช่วงเวลา เปิด-ปิด กับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงก่อนเดินทางด้วยนะครับ 1 ครั้ง ในชีวิต ควรไปเที่ยวภูกระดึงสักครั้ง รับรองได้ว่า คุณจะหลงรักภูกระดึงแบบมิรู้ลืม 

 

ที่มา:
สำนักอุทยานแห่งชาติ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมทรัพยากรธรณี  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
อุทยานธรณี ประเทศไทย
“อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” Story map,บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด

123102522_10158484106081265_7196849146501803065_o.jpg

 

*****

“สามพันโบก”

คุณค่าจากอวกาศ ทำให้เรามองเห็น “สามพันโบก” ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
.
วันนี้...จะพาทุกคนไปรู้จักกับดินแดนแห่งแก่งหินขนาดใหญ่แห่งลำน้ำโขง นามว่า "สามพันโบก" ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี พิกัดทางภูมิศาสตร์ N15.795562, E105.395251 โดยสามพันโบกจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงลดระดับลง ตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี จึงเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวกัน ชาวบ้านเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า “แกรนแคนยอนน้ำโขง” ซึ่งหลังจากนั้นจะมีน้ำหลากมาท่วมโบกเหล่านั้นจมหายไปอยู่ใต้แม่น้ำ คำว่า “โบก” ในภาษาอีกสานนั้นแปลว่า หลุม แอ่ง หรือ บ่อ ซึ่งบริเวณสามพันโบกหากมองด้วยมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นแอ่งหินน้อยใหญ่ จำนวนมากว่า สามพันแอ่ง จึงเป็นที่มาของชื่อ “สามพันโบก”
.
สภาพภูมิประเทศบริเวณแหล่งเรียนรู้สามพันโบก ประกอบด้วยแนวเขาที่มีความลาดชันต่ำ วางตัวในแนวทำมุมกับทิศเหนือ 60 องศาไปทางตะวันออก แนวเขามีช่วงความสูงในช่วง 150 – 200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง แม่น้ำโขงบริเวณนี้ ไหลไปในทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแนวทิศทางการไหลในทิศทางที่ตั้งฉากกับการวางตัวของแนวเทือกเขา แม่น้ำโขงมีขอบตลิ่ง ในช่วงความสูง 110-120 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ความกว้างของแม่น้ำโขง วัดจากขอบตลิ่ง มีความกว้างมากสุด 1.2 กิโลเมตร แต่ร่องน้ำในช่วงหน้าแล้ง โดยทั่วไปมีความกว้างน้อยกว่า 1,000 เมตร และบริเวณบ้านสองคอนร่องน้ำของแม่น้ำโขง มีความกว้างน้อยกว่า 200 เมตร ลักษณะภูมิประเทศบริเวณแหล่งเรียนรู้สามพันโบก ประกอบด้วยแนวเขาที่มีความชันน้อย และแม่น้ำโขงที่ไหลในทิศทางจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ไปในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งฉากกับแนวเขา แก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง หินมีขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง ทำให้เรามองเห็นเป็นรูปต่างๆ มากมาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ จินตนาการของแต่ละคน
.
วิถีชีวิตของชาวบ้านที่อยู่ละแวกนี้ส่วนใหญ่ หาปลาจากลำน้ำ ทำให้เกิดเป็นอาชีพประมงขึ้น ถ้ามาเที่ยวที่นี่ต้องได้ลิ้มลองหมูยอกับเมนูปลาแม่น้ำสดๆซึ่งขึ้นชื่อถึงความอร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีศิลปะและวัฒนธรรมที่เกิดจากประติมากรรมหินทรายที่มีรูปร่างดงามแปลกตา ก่อเกิดเป็นตำนานเรื่องเล่าตำนานพญานาคขุดแม่น้ำโขง ทุ่งหินเหลื่อม หินหัวสุนัข และปู่จกปู สืบต่อกันมา
.
การเดินทางไปสามพันโบกนั้นแสนสะดวกสบาย สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยสามารถขับรถไปชมความงามของสามพันโบกอย่างเดียว หรือหากต้องการชมบรรยากาศและศึกษาวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบสามพันโบกก็ได้ หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นโดยสารเรือล่องไปตามลำน้ำโขงระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะได้พบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ หาดสลึง ปากบ้อง ผาวัดใจ แก่งสองคอน หินผาศิลาเลข ลานหินปะการังน้ำจืด ลานหินสี หาดหงส์ เป็นต้น
.
เนื่องจากสามพันโบก เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่ดึงดูดของนักท่องเทียว ชุมชนและหน่วยงานทางราชการในพื้นที่ได้จัดให้มีเรือนำเที่ยวขึ้น เป็น ชมรมเรือนำเที่ยว หาดสลึง ตั้งอยู่ที่บ้านปากกะลาง ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร เพื่อส่งเสริมและบริการนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมสามพันโบก และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงในลำน้ำโขง ซึ่งได้รับอนุญาตและรับรองมาตรฐานจากกรมเจ้าท่าและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแล้ว ชมรมเรือนำเที่ยวที่นี่ได้ผ่านการอบรมการช่วยเหลือทางน้ำ การอบรมการเป็นผู้นำเที่ยวหรือมัคคุเทศก์ ซึ่งมีการบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมการ สมาชิกที่เข้ามาร่วมในชมรมมี 16 รายด้วยกัน และมีเงื่อนไขการเข้าชมรมนอกจากจะมีเรือและขับเรือได้แล้ว จะต้องรู้จักร่องน้ำต่าง ๆ สามารถเป็นมัคคุเทศก์ได้อีกด้วย เห็นไหมครับว่าเมืองไทยเรามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกมากมายที่รอทุกคนมาสัมผัสกับกลิ่นอายธรรมชาติด้วยกัน อย่าลืมพาคนที่คุณรักไปเที่ยวกันนะครับ.....
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.esanpedia.oar.ubu.ac.th/esaninfo/?p=2953
https://www.museumthailand.com/.../%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0.../
http://learn.gistda.or.th/2017/06/01/sampanbok/

 

122065280_10158464998461265_6090655766353227276_o.jpg

*****

เกาะยอ

ตั้งอยู่ในตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา
ที่ตั้งตามพิกัดทางภูมิศาสตร์
ตั้งอยู่บริเวณเส้นละติจูดที่ 6 องศา 17 ลิปดา ถึง 7 องศา 56 ลิปดาเหนือ
และเส้นลองจิจูดที่ 100 องศา 1 ลิปดา ถึง 101 องศา 6 ลิปดาตะวันออก

“เกาะยอ” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านกายภาพและวัฒนธรรมที่โดดเด่น ลักษณะภูมิประเทศของเกาะยอ ประกอบไปด้วยภูเขา เนินเขา ที่ราบ และอ่าว โดยลักษณะของภูเขาจะเป็นภูเขาหินและเนินเขาดินลูกรังตั้งเรียงรายในแนวเหนือ – ใต้ ด้วยลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเนินเขา จึงทำให้พื้นที่ที่เป็นที่ราบลุ่มมีน้อยมาก ดังนั้นพื้นที่ราบที่พบส่วนใหญ่จึงเป็นที่ราบระหว่างเนินเขา ริมฝั่งที่ราบลุ่มที่พบส่วนใหญ่พบทางด้านทิศใต้และทางทิศตะวันออก พื้นที่บริเวณเป็นที่ราบนี้จะเป็นที่ตั้งบ้านเรือน วัด และเกษตรกรรม
.
เนื่องจากลักษณะของเกาะมีน้ำล้อมรอบ จึงทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งเว้า ๆ แหว่ง ๆ หรือเรียกว่าอ่าวที่เกิดขึ้นจากการกระทำของธรรมชาติ มีประโยชน์ในการหลบคลื่นลมในอดีต ใช้เป็นที่จอดเรือหรือท่าเรือของชุมชน พบว่ารอบเกาะยอมีอ่าวที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทางทิศเหนือมีอ่าวทรายตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 อ่าว ส่วนใหม่ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 9 อ่าวหัวรังตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7 อ่าวสวนเรียนตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 อ่าวบ้านนอกตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 อ่าวม่วงตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 อ่าวจากตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7 เป็นต้น โดยจากภาพส่วนที่บอกได้ชัดว่าเป็นท่าเรือ คือด้านบนของภาพที่มีลักษณะของสิ่งปลูกสร้างยื่นไปในทะเลและจุดสีๆ ที่อยู่เหนือน้ำเป็นลักษณะของเรือ
.
ด้วยลักษณะที่เป็นเกาะ อาชีพประมงจึงถือว่าเป็นอาชีพหลักของชุมชนเกาะยอ โดยใช้วิถีชีวิตในการจับสัตว์น้ำจากทะเลด้วยวิถีชาวบ้าน และการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ซึ่งปลากะพงขาวของเกาะยอ ถือว่าเป็นสิ่งสร้างชื่อของเกาะเช่นกัน เนื่องจากเป็นปลา 3 น้ำ คือ เป็นปลากะพงขาวที่อาศัยอยู่ในน้ำทะเลสาบสงขลาทั้งน้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย จึงทำให้อาหารทะเลมีรสชาติที่อร่อยกว่าที่อื่นๆ

พร้อมทั้งยังมีดินที่อุดมสมบูรณ์ ชาวเกาะยอจึงมีการทำเกษตรกรรม โดยมีการปลูกทั้งพืชไร่ และพืชสวน โดยมีของที่ขึ้นชื่อของเกาะยอ คือ จำปาดะขนุน ที่มีเฉพาะตำบลเกาะยอ มีลักษณะผิวที่คล้ายกับขนุน มีกลิ่นที่หอมเหมือนจำปาดะ และมีเนื้อคล้ายจำปาดะ แต่จะมีเนื้อที่หนากว่า หวานและกรอบ
.
อีกหนึ่งอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะยอ คือ ทอผ้าเกาะยอ เป็นผ้าทอพื้นเมืองของชาวบ้าน เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสงขลา ที่มีความประณีตและสีสันที่สวยงามโดยมีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็นสัญลักษณ์หัตถกรรมพื้นบ้านของภาคใต้และยังเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP ปี พ.ศ. 2549
.
ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย และวิถีชีวิตชุมชนที่เรียบง่ายนี้ทำให้เกาะยอ สามารถที่จะดึงดูนักท่องเที่ยวเข้ามาได้มากมาย อีกทั้งเกาะยอยังได้รางวัลหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP Village Champion ปี 2549 อีกทั้งการเดินทางมาเกาะยอนั้น ก็สะดวกสบาย เนื่องจาก หากมองด้วยมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นเป็นลักษณะ พื้นที่ที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ แต่จะมี เส้นสีขาวที่เชื่อมระหว่างตัวเกาะ เข้ากับแผ่นดิน เส้นสีขาวนั้นคือ สะพานติณสูลานนท์ (คนในท้องถิ่นเรียกสะพานเปรม) เป็นสะพานคอนกรีตที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยเชื่อมเกาะยอ 2 ด้าน ระหว่างฝั่งบ้านน้ำกระจาย อำเภอเมืองสงขลา และบ้านเขาเขียว อำเภอสิงหนคร ความยาวของสะพาน 2 ช่วง ช่วงแรก 940 เมตร และ 1,700 เมตร ตามลำดับ รวมเป็น 2,640 เมตร จุดประสงค์ของการสร้างสะพานแห่งนี้ คือ การรองรับการคมนาคมทางรถยนต์ โดยไม่ต้องรอข้ามแพขนานยนต์ซึ่งมีไม่เพียงพอกับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
.
นอกจากนี้เกาะยอยังมีสถาบันทักษิณคดีศึกษา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมท้องถิ่น ศิลปหัตถกรรม ตลอดจนประวัติศาสตร์ โบราณคดี อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่แสดงให้เห็นภูมิปัญญาของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะ นับว่าถ้ามาเที่ยวที่นี่ วันเดียวคุ้มค่าที่สุด ที่สำคัญชาวสงขลาใจดี ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ที่นี่จะทำให้คุณประทับใจมิรู้ลืม.........

ข้อมูลอ้างอิง :
http://www.kohyor.go.th/content/information/2
http://www.diluang.go.th/networknews/detail/93356/data.html
https://mgronline.com/travel/detail/9510000121738
https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/2/279259a6

121254467_10158451403521265_7713423257533095688_o.jpg

*****

เกาะพยาม

เกาะพยาม ต.เกาะพยาม อ.เมือง จ.ระนอง
เป็นเกาะใหญ่หนึ่งในสองเกาะของทะเลระนอง
โดยจุดสังเกตจากภาพจะเป็น อ่าวใหญ่ (ด้านมุมซ้ายล่างของภาพ) เป็นแนวชายหาดทอดยาวตลอด 2.5 กิโลเมตร และด้านบนฝั่งซ้ายของภาพ จะเป็นอ่าวเขาควาย ซึ่งมีลักษณะโค้งเว้าเข้ามาคล้ายกับเขาควาย อีกทั้งยังมีพื้นที่ป่าชายเลนที่อยู่ในบริเวณอ่าวเขาควาย มีลักษณะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอีกด้วย
หากมองจากมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นเป็นพื้นที่สีเขียวเข้ม เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อีกทั้งรัฐบาลไทยได้จัดทำโครงการร่วมกับประเทศสมาชิกยูเนสโก้ประกาศพื้นที่ชายฝั่งบริเวณนี้เป็นเขตสงวนชีวมลฑณโลก (International Coastal and Marine Biosphere Reserve) ซึ่งเป็นแห่งที่ 4 ของประเทศไทย ถัดจาก พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช จ.นครราชสีมา พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา-คอกม้า จ.เชียงใหม่ และพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทาก จ.ลำปาง ทั้งนี้ พื้นที่ทั้งหมดของเขตสงวนชีวมลฑณระนอง มีพื้นที่ประมาณ 214.35 ตร.กม ซึ่งมีพื้นที่ส่วนหนึ่งทับอยู่ในเขตอุทยานแห่งขาติหมู่เกาะพยามประมาณ 176 ตร.กม โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นที่สงวนความหลากหลายทางธรรมชาติ

อ้างอิง: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง

121093628_10158433251226265_6630723156700118105_o.jpg

*****

อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

ตั้งอยู่อยู่ที่ริมทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ เป็นพื้นที่ในบริเวณที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตอนบนของจังหวัดหนองบัวลำภู พื้นที่ตอนล่างของจังหวัดอุดรธานี และตอนบนของจังหวัดขอนแก่น
ลักษณะวงกลมตรงกลาง เป็นแอ่งที่ราบระหว่างหุบเขา คล้ายกะทะหงาย สันนิษฐานได้ว่า น่าจะเป็นซากภูเขาไฟโบราณที่ดับสนิทไปแล้วหลายร้อยล้านปี หรืออาจจะเกิดจากการโก่งตัวของเปลือกโลกในบริเวณนี้ขึ้นมาเป็นขอบ สีน้ำตาลที่ปรากฏบนภาพถ่ายจากดาวเทียม เป็นสีของดิน บริเวณสีน้ำตาลเข้มจะเป็น “เทือกเขา” ซึ่งเทือกเขาของภูเก้า เป็นเทือกเขาสองชั้น ชั้นนอกเป็นภูเขาสูงและมีความลาดชันมาก ไหล่เขาด้านในมีความลาดชันไม่มากนัก ส่วนบริเวณกลางหุบเขาสะท้อนสีขาว คือ ชุมชนที่อยู่อาศัย
สภาพทางธรณีวิทยา เป็นภูเขาหินทรายซึ่งมีชั้นของของหินทรายอยู่ด้านบนระดับผิวดิน โดยมีชั้นของหินดินดาน หรือหินดินดานปนทรายเป็นฐานด้านล่าง มีดินประเภทดินลูกรังและดินร่วนปนทราย กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ และสภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีเนื้อที่ประมาณ 322 ตารางกิโลเมตร หรือ 201,250 ไร่

120350556_10158415580496265_558360475934116553_o.jpg

 

*****
อุทยานหลวงราชพฤกษ์

ตั้งอยู่บนเนื้อที่ ประมาณ 500 ไร่ ใน ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่จัดแสดงพรรณไม้นานาชนิดทั่วทุกมุมโลก โดยมีการจัดแสดงเป็นสวนในลักษณะต่างๆ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้สวยงามและภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่การจัดแสดง อาทิ สวนไทย สวนนานาชาติ และสวนองค์กรต่างๆ สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามอย่างยิ่งได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวหากมองด้วยมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นเป็นสัญลักษณ์ที่เด่นชัดตรงกลางภาพ เป็นรูปดอกราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทย และมีทางเดินทอดยาวเชื่อมต่อกับ หอคำหลวงทางทิศเหนือ ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมท้องถิ่นล้านนาและถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ภายในอุทยาน มีบ่อน้ำหลายบ่อด้วยกัน เนื่องจากอุทยานหลวงราชพฤกษ์ โดยใช้ หลักการทำงานของอ่างพวง” อ่างเก็บน้ำที่อยู่ตอนบน ปล่อยน้ำลงมาสู่ อ่างเก็บน้ำที่อยู่ตอนล่าง โดยอาศัยหลักแรงโน้มถ่วงของโลก ไหลลงมาตามระดับความสูงของพื้นที่ ผ่านท่อส่งน้ำ ที่เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบตอนนี้อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมแล้วนะครับ. หากใคร มาเที่ยว อย่าลืมแวะชม โซนของ GISTDA และ โซน “สวนดาวอังคาร” กันนะครับ

 

119536253_10158381329261265_6834726952563850579_o.jpg

*****

อ่าวมาหยา (อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี) จังหวัดกระบี่

ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองและงดงามที่สุดของหมู่เกาะพีพี
ตัวหาดมีลักษณะ  เปิดกว้างเข้าไปด้านใน หากมองด้วยมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นเป็นลักษณะเวิ้งคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว น้ำทะเลในส่วนที่เป็นสีเขียวมรกต บ่งบอกถึงบริเวณน้ำตื้น  ซึ่งสีลักษณะนี้จะสังเกตได้จากบริเวณที่เป็นหาดทรายสีขาวเนียนนุ่ม
อ่าวมาหยา ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน  จากภาพ จะมองเห็น การวางตัวของแนวสันเขาโดยรอบ
ส่วนฝั่งขวาเยื้องเหนืออ่าวมาหยา คืออ่าวปิเละ  โดยรอบมีหน้าผาสูงชันปิดล้อมเกือบรอบด้านมีลักษณะที่เรียกว่าลากูน หรือ ทะเลใน จะเห็นความลึกของอ่าวคล้ายรูปหัวใจ น้ำทะเลสีเขียวมรกต  เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ โดยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาเล่นน้ำและนอนอาบแดด สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องเดอะบีช โดยมีพระเอกอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แสดงนำในเรื่องนี้ ทำให้หลังจากนั้นมามีนักท่องเที่ยวมาเยือนอ่าวมาหยาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก.....

 

phaaphthii_2_khmuulphaaphdaawethiiymraaylaeiiydsuung_pleiades_briewnaawmaahyaa_cch.krabii.jpg

 

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้
"สถานีกลางบางซื่อ"

ศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางและเชื่อมต่อการเดินทางทั่วไทย โดยตั้งอยู่ใจกลางศูนย์คมนาคมพหลโยธินในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

หากมองจากมุมของภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นตัวโครงสร้างอาคารขนาดใหญ่ ที่มีการเชื่อมต่อการเดินทาง ได้แก่ รถไฟชานเมือง รถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง แอร์พอร์ตเรลลิงก์และโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อม 3 สนามบิน คือ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา (อนาคต) จึงถือได้ว่าเป็นระบบขนส่งคมนาคมระบบรางที่ดีและใหญ่ที่สุดของประเทศ

สถานีกลางบางซื่อ จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สำคัญและเป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ได้รวบรวมการเชื่อมต่อทุกการเดินทางด้านคมนาคมและธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศไปสู่ระดับนานาชาติ

118369862_10158325194676265_6311797049762334697_o_0.jpg

 

*****

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้
"เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด จังหวัดพังงา"

เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะ บางู หรือ เกาะเก้า
หากมองจากมุมมองภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้
ด้านซ้ายของเกาะเป็นฝั่งน้ำลึกเหมาะแก่การดำน้ำลึก ดูปะการัง ฝั่งด้านบนของเกาะ และด้านขวามีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดลงทะเล ทำให้เกิดแนวชายหาดที่สามารถเล่นน้ำได้ตลอดฝั่ง
เหมาะสำหรับการดูปะการัง ดำน้ำตื้น จากภาพจะเห็นแนวปะการังน้ำตื้น ด้านฝั่งขวาของเกาะ กระจายอยู่ตามแนวบริเวณพื้นน้ำทะเลสีฟ้าอ่อน
เพราะที่ตั้งของเกาะสิมิลันอยู่ห่างจากชายฝั่งทำให้น้ำทะเลบริเวณหมู่เกาะสิมิลันมีความใส

117822235_10158309008836265_4828233315586139500_o.jpg

*****

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้

"แม่น้ำกระบุรี"

เป็นแม่น้ำที่กั้นระหว่างเขตแดนไทย - พม่า มีต้นกำเนิดจากเทือกตะนาวศรีไหลมาทางทิศตะวันตก ผ่านอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง
และไหลผ่านไปทางทิศใต้ผ่านอำเภอละอุ่น ลงสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งสองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าชายเลนและทิวเขาสลับซับซ้อน รวมทั้งมีเกาะน้อยใหญ่อยู่กลางลำน้ำ ในภาพจากดาวเทียมปรากฎ แม่น้ำมีลักษณะคล้ายกรวยแหลม โดยมีน้ำจืดไหลลงมานำพาเอาตะกอนและอินทรีวัตถุ
ที่เห็นเป็นตะกอนริ้วสีขาวขุ่นจากแม่น้ำไหลลงสู่ทะเล ที่มีลักษณะปากแม่น้ำที่เปิดกว้างออก เป็นบริเวณที่มีการรวมกันระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม
ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแหล่งสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ เรียกว่า ชะวากทะเล

117642910_10158291319051265_6260873975105264758_o.jpg

 

*****

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้

"เกาะพระทอง จังหวัดพังงา"

มีความยาวตามแนวเหนือใต้ 15.4 กิโลเมตร ความกว้างตามแนวตะวันออกถึงตะวันตก 9.7 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 92 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,500 ไร่ เกาะพระทอง มุมมองจากภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นลักษณะทางกายภาพที่แตกต่าง สื่อถึงระบบนิเวศที่หลากหลายอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกัน
โดยในด้านทิศตะวันตก เกิดการทับถมของตะกอนทราย เกิดเป็นสันทราย และป่าชายหาดสลับทุ่งหญ้า ส่วนด้านทิศตะวันออก ที่เห็นเด่นชัดจะเป็นการกระจายตัวของป่าชายเลนตลอดแนว

ข้อมูลเพิ่มเติม https://km.dmcr.go.th/th/c_218/s_229

116791513_10158269269721265_215322231475389875_o_1.jpg

 

*****

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้

"อ่าวปัตตานี"

อ่าวปัตตานีอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดปัตตานี   ปากอ่าวเปิดออกสู่อ่าวไทยทางทิศตะวันตก ด้านเหนือของอ่าวจรดแหลมโพธิ์หรือแหลมตาชีซึ่งเป็นสันทรายยื่นออกไปในทะเล มีความยาว 16 กิโลเมตร  เนื่องจากมีจะงอยซึ่งเป็นส่วนของแหลมโพธิ์ยื่นออกไปในทะเล ทำให้อ่าวมีลักษณะกึ่งปิด  รวมทั้งเกิดการสะสมของตะกอน ที่พัดมาจากแม่น้ำส่งผลให้อ่าวค่อนข้างตื้นเขินหากมองจากมุมมองภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นลักษณะของตะกอนเป็นริ้วสีน้ำตาล ผลของการทับถมของตะกอนโดยเฉพาะบริเวณก้นอ่าว ทำให้เกิดดินดอน ซึ่งมีลักษณะเป็นหาดโคลนกว้างใหญ่ และพัฒนาเป็นป่าชายเลน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #อ่าวปัตตานี #ปัตตานี

อ้างอิง pattani.go.th

main_21.jpg

*****

จิสด้าขอเปิดมุมมองด้วยดวงตาจากอวกาศ กับสถานที่แห่งนี้

“ภูเวียง” จังหวัดขอนแก่น

ภูเวียง หรือ อุทยานแห่งชาติภูเวียง หนึ่งในภูเขาที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 325  ตารางกิโลเมตร  ครอบคลุมพื้นที่ในหลายอำเภอ ได้แก่ อ.ภูเวียง อ.สีชมพู และ อ.ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ภูมิประเทศมีลักษณะเป็นเทือกเขา 2 ลูกโอบล้อมรอบบริเวณที่ราบซึ่งเป็นบริเวณเมือง  จึงเป็นเสมือนเมืองที่มีภูเขาเป็นกำแพงล้อมรอบ เทือกเขาชั้นนอกสุดมียอดเขาสูงสุด 844 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่ และเทือกเขาชั้นในมียอดเขาสูงสุด 470 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับต่ำสุดของเชิงเขาอยู่ระดับ 210 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และด้วยลักษณะภูมิประเทศนี้ จึงทำให้ภูเวียงมีทางเข้าออกได้เพียงทางเดียว ที่สำคัญ ภูเวียง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของห้วยทรายขาวซึ่งจะไหลลงลำน้ำพอง ห้วยบั้งทิ้ง ห้วยน้ำไหล ไหลลงลำน้ำเชิญ ห้วยเรือ ห้วยขุมปูน ห้วยน้ำบอง และห้วยมะนาว.

ข้อมูลภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อยู่อาศัย โดยมองเห็นการแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการที่คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ ทั้งนี้ภาพดาวเทียมจะสามารถช่วยในการวางแผนและบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงได้ หากเมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การบุกรุกป่า ไฟป่า น้ำท่วม และอื่นๆ ทั้งนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปใช้บริหารจัดการเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #Spacetechnology #ภูเวียง

main_20.jpg

*****

บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต

บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสนามแข่งรถแห่งแรก และแห่งเดียวของประเทศไทย ที่ถูกสร้างขึ้นมาตามมาตรฐานของสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ หรือ Fédération Internationale de l'Automobile (FIA) และสหพันธ์รถจักรยานยนต์ระหว่างประเทศ หรือ Fédération Internationale de Motocyclisme (International Motorcycling Federation) เป็นสนามที่ได้จัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ของเมืองไทย และเป็นสนามที่จะใช้พัฒนาศักยภาพนักแข่งไทย ให้ก้าวไปสู่การเป็นนักแข่งระดับโลก นอกจากนี้สนามแห่งนี้ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอีกทาง ซึ่งในการเป็นเจ้าภาพ “โมโตจีพี” ครั้งที่ 2 ในเมืองไทย เมื่อปี 2019 นั้นแสดงให้เห็นตัวเลขด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนผู้เข้าชม 226,655 คน

โดยตัวสนามนั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ มีระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร ทิศทางการวิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา ประกอบด้วยจานวนโค้งทั้งสิ้น 12 โค้ง เป็นโค้งขวา 7 โค้ง และโค้งซ้าย 5 โค้ง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จุผู้ชมได้สูงสุดถึง 50,000 คน จุดเด่นของสนาม คือ การที่ผู้ชมสามารถมองเห็นทุกส่วนของแทร็ค เมื่ออยู่บนแกรนด์สแตนด์ เพื่อเพิ่มอรรถรสของการชมเกมมอเตอร์สปอร์ต

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA  #Spacetechnology #บุรีรัมย์

ติดตามภาพอื่นๆได้ที่ https://www.gistda.or.th/main/th/node/3196

ที่มา:
https://www.bric.co.th/
https://thailandtourismdirectory.go.th/th
https://www.thairath.co.th

main_18.jpg

 

*****

เขากระโดง

เขากระโดง  เป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ตั้งอยู่ที่ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงไปทางใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร ลักษณะของเขากระโดงและเขาใหญ่เป็นส่วนของปล่องภูเขาไฟ 2 ลูก อยู่ตรงกลางของลาวาหลากหินบะซอลต์ ซึ่งมีธรณีสัณฐานเป็นเนินแผ่กว้างคลุมพื้นที่ประมาณ 250 ตารางกิโลเมตร มีขนาดกว้าง10 กิโลเมตร ยาว 25 กิโลเมตร ถ้ามองจากมุงสูง จะมีรูปร่างคล้ายน้ำเต้าวางราบกับพื้น โดยความสูงของเขากระโดงนั้น สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 288 เมตร ภูมิประเทศโดยรอบเป็นที่ราบและเนิน รองรับด้วยหมวดหินมหาสารคามที่มีหินเกลือแทรกอยู่โดยทั่วไป และเป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณโดยรอบลาวาหลากและภูเขาไฟเขากระโดงมีน้ำและดินเค็ม
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #เขากระโดง #บุรีรัมย์

ที่มา: หนังสือธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ

kho_kradong.jpg

 

 

*****

แก่งตะนะ จ.อุบลราชธานี

แก่งตะนะ อยู่ห่างจาก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นแก่งกลางแม่น้ำมูล ซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม

แก่งตะนะ เกิดจากแม่น้ำมูลไหลมาพบดอนตะนะ แล้วสายน้ำจะแยกเป็นสองสายไหลโอบทั้งสองด้านทำให้เกิดเป็นดอนตะนะ แล้วไหลมารวมกันอีกครั้งไหลลงมาทางแก่งตะนะ ซึ่งมีโขดหินมหึมาเป็นเกาะกลางน้ำขวางอยู่ทำให้เกิดเป็นแก่งตะนะขนาดใหญ่และสวยงาม

ดอนตะนะเป็นส่วนที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่งของหมวดหินภูพาน เกิดจากการกัดเซาะลึกของแม่น้ำมูล เพราะแผ่นดินบริเวณนี้เคยถูกยกให้สูงขึ้น การกัดเซาะลึกของแม่น้ำจึงทำให้ได้หน้าผาหินลึกชันลงไปสู่ทางน้ำเช่นเดียวกับบริเวณแก่งตะนะ ชั้นหินทรายแข็งของหมวดหินภูพานยังรองรับลำน้ำมูลบริเวณดอนตะนะอยู่ ในฤดูน้ำหลากชั้นหินเหล่านี้จึงโผล่หรือเกือบโผล่ในหลายๆ ตำแหน่งในลำน้ำ ทำให้กระแสน้ำในลำน้ำมูลต้องไหลข้ามชั้นหินเหล่านี้ จนเกิดเป็นแก่ง และน้ำตกเล็กๆ ที่สวยงามบริเวณปากมูล

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #แก่งตะนะ #อุบลราชธานี
ที่มา:ธรณีสัณฐานจากประเทศไทยจากห้วงอวกาศ
:สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

aekngtana_main.jpg

 

 

 

*****
เกาะล้าน  

เกาะล้านเป็นเกาะในอ่าวไทย อยู่ในเขตอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาประมาณ 7 กิโลเมตร
เกาะล้าน มีลักษณะเป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านไม่เท่า มีพื้นที่ประมาณ 3,500 ไร่ ความยาวของ เกาะล้าน จากทิศเหนือจรดทิศใต้ ยาวประมาณ 4.65 กม. ส่วนที่มีความกว้างมากที่สุด สามารถวัดได้ประมาณ 2.15 กม. เกาะล้าน ประกอบด้วยชายหาดต่างๆที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่
หาดตาแหวน  หาดแสม หาดสังวาลย์ หาดทองหลาง หาดเทียน และหาดนวล เป็นต้น รวมทั้งยังมี จุดชมวิวเขานม และจุดชมวิวกังหันลม เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สถานที่ต่างๆ เหล่านี้จึงทำให้เกาะล้านเป็นที่นิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ


#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #เกาะล้าน #ชลบุรี #พัทยา
ที่มา:https://travel.mthai.com/

main02.jpg

 

*****

เกาะตาชัย จังหวัดพังงา

เกาะตาชัยมีพื้นที่ประมาณ 12 ตารางกิโลเมตร และจัดเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 
เกาะตาชัยตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นทางผ่านของเส้นทางเดินเรือจากหมู่เกาะสิมิลันไปเกาะสุรินทร์ มีลักษณะทางธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับสิมิลันไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาวละเอียด ที่ทอดยาวขนานไปกับผืนน้ำกว่า 700 เมตร และมีจุดดำน้ำลึกที่มีชื่อเสียงเรื่องความงดงามของโลกใต้น้ำ อีกทั้งสภาพภูมิประเทศของเกาะพบสังคมพืชป่าชายหาดและป่าดงดิบ มียอดเขาสูงชัน ยอดเขาเป็นหินอัคนี ชนิดแกรนิต
เกาะตาชัยมีกิจกรรมการท่องเที่ยวหลายอย่าง ทั้งจากบนเกาะเอง รวมถึงการดำน้ำตื้น และดำน้ำลึก ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่บนเกาะและรอบๆ เกาะได้ ทำให้ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา จำเป็นต้องมีการประกาศปิดการท่องเที่ยวบนเกาะดังกล่าว เพื่อให้ธรรมชาติได้รับการบำบัดและรักษาอย่างสมบูรณ์ โดยหลังจากปิดเกาะได้ประมาณ 2-3 ปี ปรากฏว่าพบสัตว์ที่หายากบริเวณเกาะตาชัยที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก นั่นคือ หอยมรกต ถือเป็นการเรียกคืนความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศบนเกาะให้กลับมา ซึ่งน่าจะมีผลมาจากการฟื้นฟูด้วยธรรมชาตินั่นเอง

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #เกาะตาชัย #พังงา #สิมิลัน

ที่มา : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
   :paiduaykan.com
   :posttoday.com

ko_tachai.jpg

 

*****

ราชมังคลากีฬาสถาน

ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
โดยเป็นสนามกลางหรือสนามหลัก (Main Stadium) ภายในสนามกีฬาหัวหมาก ของการกีฬาแห่งประเทศไทย
สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 และ พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก พ.ศ. 2531  ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2541 เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพ และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้ประกาศผลโหวตสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในอาเซียนโดยราชมังคลากีฬาสถานของประเทศไทยนั้นติด 1 ใน 4 ของสนามที่ดีที่สุดของอาเซียน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #ราชมังคลา #ราชมังคลากีฬาสถาน
ที่มา:การกีฬาแห่งประเทศไทย,https://th.wikipedia.org/wiki/ราชมังคลากีฬาสถาน

 

rajamangala.jpg

 

*****

เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

เกาะเสม็ด ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
รูปร่างของเกาะเสม็ดเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของเกาะเสม็ด กว้างประมาณ 3 กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุดอยู่บริเวณอ่าวกิ่วนอก – อ่าวกิ่วใน ซึ่งกว้างประมาณ 100 เมตร  มีภูเขาสลับซับซ้อนเป็นแนวสันเขายาว ทางฝั่งด้านตะวันตกของเกาะเป็นหน้าผาสูง  และลาดชันลงสู่ทางด้านตะวันออก ทำให้เกิดชาดหาดเว้าโค้งที่สวยงามหลายแห่ง

อนึ่ง เมื่อกลางปี 2556 เกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลกว่า 50,000 ลิตร ซึ่งมีบางส่วนพัดเข้าบริเวณชายหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จ.ระยอง ทางจิสด้าได้ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งในการตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่ง เพื่อการติดตามคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้นำไปวางแผน แก้ปัญหา และฟื้นฟูทรัพยากรทางธรรมชาติดังกล่าว

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #เกาะเสม็ด  #ระยอง

main_16.jpg

*****

แหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช

แหลมตะลุมพุกเป็นแนวชายฝั่งตอนเหนือสุดของอำเภอ ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแนวสันดอนจะงอยทรายแคบๆ และโค้งเหมือนคันศรขึ้นไปทางเหนือ โดยมีแนวโค้งเข้าไปทางทิศตะวันตก แนวโค้งดังกล่าวเป็นแนวชายหาดที่เชื่อมต่อกันเป็นแนวหาดทรายแคบๆ ลงไปทางใต้ ส่วนด้านในของโค้งหรือด้านในของแหลมที่เห็นในภาพว่ามีลักษณะเหมือนก้ามปู เป็นตะกอนดินเหนียวที่เกิดจากการทับถบของตะกอนที่ไหลออกมาจากแม่น้ำปากพนัง และยังสภาพเป็นป่าชายเลน การทับถมของตะกอนดินดังกล่าวเป็นผลมาจาการเกิดแหลมตะลุมพุกซึ่งปิดกั้นไม่ให้น้ำทะเลพัดเอาตะกอนหายไปในทะเล การตกตะกอนดังกล่าวจะสังเกตได้ว่าอยู่เฉพาะในอ่าวที่มีแหลมตะลุมพุกกั้นไว้ ตะกอนเหล่านั้นมีลักษณะเป็นดินเลนหรือดินทรายในโคลนหรือดินแฉะ มีสีเทาปนน้ำเงิน และเป็นดินเค็ม ด้วยเหตุที่ว่าตะกอนเหล่านี้มีน้ำทะเลท่วมถึงเมื่อเวลาน้ำขึ้น และโผล่เมื่อเวลาน้ำลง จึงเรียกว่าเป็นบริเวณที่ลุ่มราบน้ำขึ้นถึงการเกิดแหลมเป็นลักษณะธรรมชาติของชายฝั่งทะเลงอกหรือฝั่งทะเลยกตัว ซึ่งเป็นลักษณะของฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย สำหรับแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมซึ่งเกิดจากการที่กระแสน้ำและคลื่นพัดพาเอาทรายมาทับถมเป็นแนวแคบและยาวตามแนวชายฝั่งโดยที่มีปลายหนึ่งติดอยู่กับฝั่ง อีกปลายหนึ่งยื่นไปในทะเล และตอนปลายจะงอยโค้งเป็นจะงอยตามอิทธิพลของกระแสน้ำและคลื่นที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งที่มา : หนังสือธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #แหลมตะลุมพุก #นครศรีธรรมราช

main_15.jpg

 

*****

จังหวัดภูเก็ต

ภูเก็ตเป็นเกาะ ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย มีรูปร่างเรียวยาวจากเหนือไปใต้ มีเกาะบริวารน้อยใหญ่ล้อมรอบพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 70 เป็นที่ราบสูงหรือภูเขา มีเทือกเขาทอดยาวในแนวเหนือใต้ ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาไม้เท้าสิบสอง เป็นแนวกำบังลมและฝน และพื้นที่ประมาณร้อยละ 30 เป็นที่ราบแถบเชิงเขาและชายฝั่งทะเลอยู่บริเวณตอนกลางและตะวันออกของเกาะ โดยพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกมีสภาพเป็นหาดโคลนและป่าชายเลน ส่วนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเป็นภูเขาและหาดทรายที่สวยงาม และบริเวณที่เป็นที่ราบตัดจากภูเขาลงมามีสภาพพื้นที่เป็นที่ดอนลักษณะลูกคลื่นลอนลาด 

ทั้งนี้ เกาะภูเก็ต ถือเป็นภาพแรกที่ถ่ายได้จากดาวเทียมไทยโชต ภายหลังขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551

ที่มา:สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA  #ภูเก็ต
 

postcard-16_0.jpg

 

*****

 

ภูเขาไฟพนมรุ้ง  จังหวัดบุรีรัมย์ 

อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอประโคนชัย อยู่ห่างจาก อ.เมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 70 กิโลเมตรภูเขาไฟพนมรุ้งเป็นภูเขาไฟหินบะซอลต์แบบกรวยลาวา เป็นเนินภูเขาไฟโดดเด่นบริเวณโดยรอบเป็นทุ่งราบ มีรูปร่างคล้ายเต่ายักษ์ยื่นหัวไปทางทิศเหนือ กว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาวประมาณ 6 กิโลเมตร พื้นที่เขตภูเขาไฟและลาวาหลากประมาณ 36 ตารางกิโลเมตร ยอดเขาเป็นแนวสันขอบปากปล่อง จุดสูงสุดมีค่า 386 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 180 เมตร ปากปล่องอยู่ที่ศูนย์กลางเนินภูเขาไฟ มีความกว้างประมาณ 300 เมตร รูปร่างคล้ายชาม มีความลึกจากขอบปล่องประมาณ 70 เมตร สามารถขังน้ำได้ เกิดเป็นหนองน้ำเล็กๆ อยู่ภายในปล่อง เป็นแหล่งน้ำจืดสำคัญ สำหรับผู้อาศัยอยู่ในเขตปราสาทหินพนมรุ้งตั้งแต่อดีตกาล แหล่งน้ำนี้เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ที่มา : หนังสือธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ
https://www.facebook.com/pages/Buriram-Lifestyle

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #พนมรุ้ง #จังหวัดบุรีรัมย์

phanom_rung.jpg

*****

“ภูพระอังคาร” จังหวัดบุรีรัมย์

ภูเขาไฟภูพระอังคาร เป็นภูเขาไฟหินบะซอลต์แบบลาวาโดม  ตั้งโดดเด่นในบริเวณทุ่งนา มีรูปร่างกลมรี กว้างประมาณ 5 กิโลเมตร และยาวประมาณ 9 กิโลเมตร พื้นที่เขตภูเขาไฟและลาวาหลากมีประมาณ 37 ตารางกิโลเมตร วางตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ มีระดับสูงจากที่ราบโดยรอบประมาณ 110 เมตร ปากปล่องภูเขาไฟเป็นแบบแคลดีรา (caldera) เกิดจากการทรุดถล่มภายในมีภูเขาไฟเล็กๆ ที่ภายในแอ่งทรุดตัวนี้ มีประมาณ 40,000 ตารางเมตร สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นทะเลสาบภายหลังน้ำระบายออกทางช่องด้านตะวันออกเกิดเป็นที่ราบ ชาวบ้านใช้ทำนาและเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์

ภูเขาไฟภูพระอังคารเป็นซากภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว และแสดงร่องรอยการปะทุและการยุบถล่มเป็นแนวซ้อนกันหลายชั้น มีช่องทางการไหลของหินลาวาออกมาหลายจุด และมีลาวาหลากไหลแผ่ไปทางทิศใต้ต่อเชื่อมกับเขตภูเขาไฟหลุบ

จาก ธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #ภูพระอังคาร #จังหวัดบุรีรัมย์

pu20200501.jpg

*****

อ่าวประจวบ – อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

บริเวณอ่าวประจวบ(ด้านบน) และอ่าวมะนาว(ด้านล่าง) เป็นที่ตั้งของตัวเมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นจังหวัดบนฝั่งทะเลด้านตะวันตกของอ่าวไทย

ลักษณะภูมิประเทศเป็นอ่าวเว้าเข้าไปในแผ่นดินเป็นรูปเกือบครึ่งวงกลมเรียงต่อกันคั่นด้วยสันทรายซึ่งเป็นธรณีสัณฐานแบบสันดอนเชื่อมเกาะระหว่างแผ่นดินกับเขาหินปูน ในอดีตภูเขาเหล่านี้เป็นเกาะอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินทางตะวันตก ภายหลังที่มีการทับถมตะกอนในบริเวณชายฝั่งในช่วงเวลาที่ระดับทะเลลดต่ำลง และชายฝั่งทะเลถอยร่นออกไปในทะเล ได้ทิ้งร่องรอยที่มีธรณีสัณฐานเป็นแนวสันหาด สลับกับแนวทางน้ำและที่ลุ่มซึ่งเป็นธรณีสัณฐานแบบแอ่งขนานหาด (swale) และแอ่งน้ำใหญ่ หลังสันทรายเกาะหินปูนขนาดใหญ่ที่อยู่นอกฝั่งในอดีต 3 เกาะ ช่วยกำบังคลื่นทำให้เกิดกระแสน้ำชายฝั่ง 2 ทิศทาง ทำให้ทรายเคลื่อนตัวเป็นแหลมยื่นออกจากฝั่งเป็นลักษณะรูปสามเหลี่ยม เป็นธรณีสัณฐานแบบแหลมรูปเขี้ยว และเมื่อยื่นออกไปมากจนเชื่อมกับเกาะหินปูนจัดเป็นธรณีสัณฐานแบบสันดอนเชื่อมเกาะ ทำให้ชายฝั่งทะเลระหว่างเกาะเกิดเป็นอ่าวเว้าโค้งเกือบครึ่งวงกลม มีปลายแหลมเป็นเขาหินปูน ได้แก่ เขาตาม่องล่าย เขาล้อมหมวก และเขาคลองวาฬ

บริเวณหน้าอ่าวประจวบมีเกาะหินปูนขนาดเล็ก 3 เกาะเรียงตัวกันยื่นเข้าไปในอ่าวประจวบ เกาะที่อยู่ปลายสุดเรียกว่า “เกาะหลัก” มีควาสำคัญเพราะเป็นตำแหน่งกำหนดระดับทะเลปานกลางในการวัดระดับความสูงของประเทศไทย

จาก ธรณีสัณฐานประเทศไทยจากห้วงอวกาศ

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #อ่าวประจวบ #อ่าวมะนาว #จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

546456.jpg

 

*****

อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

อ่าวคุ้งกระเบนมีรูปร่างคล้ายปลากระเบน อยู่ที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย บริเวณ จ.จันทบุรี ปากอ่าวเปิดออกสู่ทะเลทางตะวันตก มีเขาหินทรายอยู่ปากอ่าว ตอนเหนือเรียกว่า แหลมหินชัน ตอนใต้เรียกว่าเขาคุ้งกระเบน ด้านหลังอ่าวทางตะวันออกมีภูเขาปิดกั้นเป็นแนวยาวระหว่างอ่าวคุ้งกระเบนและอ่าวนก เขาคุ้งกระเบนซึ่งอยู่ที่ปากอ่าวด้านใต้ตั้งอยู่ที่ปลายแหลมหาดเสด็จมีสันทรายเชื่อมต่อกับแผ่นดินปิดกั้นอ่าว เป็นธรณีสัณฐานแบบสันดอนเชื่อมเกาะ เกิดจากการก่อตัวของตะกอนทรายชายหาดโดยคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่งยื่นออกมาจากแผ่นดินบริเวณหาดเสด็จ จนไปเชื่อมกับเกาะซึ่งเป็นคุ้งกระเบนอยู่ที่ปลายแหลมในปัจจุบัน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #อ่าวคุ้งกระเบน #จังหวัดจันทบุรี

main_14.jpg

 

 

*****

บึงละหาน จังหวัดชัยภูมิ

บึงละหาน จังหวัดชัยภูมิ

บึงละหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 29.09 ตารางกิโลเมตร หรือ 18,181 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 190 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้แก่ ตำบลละหาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองบัวบาน ตำบลลุ่มลำชี  โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตำบลละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ

“บึงละหาน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบที่มีชั้นเกลือหินวางตัวอยู่ด้านใต้ เกลือหินสามารถละลายน้ำได้ง่ายและทำให้เกิดโพรงใต้ดิน เมื่อตะกอนด้านบนรับน้ำหนักไม่อยู่จึงเกิดการถล่มตัวลงเป็นปรากฏการทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า หลุมยุบ โดยเริ่มแรกเป็นหลุมขนาดเล็กและค่อยขยายตัวใหญ่ขึ้น เมื่อเกิดหลุมยุบครั้งแรกน้ำจะรสชาติเค็มเนื่องจากน้ำเกลือใต้ดินขึ้นมา ภายหลังตะกอนขนาดเล็กจะปิดกั้นไม่ให้เกลือสามารถขึ้นมาได้ ในขณะที่น้ำจืดเพิ่มปริมาณมากขึ้นความเค็มก็เจือจางไป ปัจจุบันบึงไม่มีการขยายตัวและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ลักษณะเช่นนี้สามารถพบได้หลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” 

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #บึงละหาน #จังหวัดชัยภูมิ

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #บึงละหาน #จังหวัดชัยภูมิ

th1_20130125_20130220_psp_gcs_ort_gcs.jpg

*****

บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์

เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า “ทะเลเหนือ” หรือ “จอมบึง”
บึงบอระเพ็ด มีเนื้อที่ผิวน้ำประมาณ 62,500 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และ อำเภอท่าตะโก มีความลึกเฉลี่ยประมาณ 2.62 เมตร บริเวณตอนกลางบึงมีความลึกที่สุด 4.38 เมตร แต่เดิมบึงบอระเพ็ดเป็นเพียงคลองสายใหญ่ ซึ่งรับน้ำจากเขต อำเภอท่าตะโก ต่อเขตแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2470 กรมประมงได้ดำเนินการสร้างประตูระบายน้ำและฝายน้ำล้นเพื่อเก็บกักน้ำไว้ที่ระดับ 23.80 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาของภาคกลาง นับตั้งแต่การก่อสร้างดังกล่าวเป็นต้นมา บึงบอระเพ็ด ได้กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศตำแหน่งและขอบเขตบริเวณบึงบอระเพ็ดในด้านธรณีสัณฐานปรากฏให้เป็นภาพจากดาวเทียมมีความสัมพันธ์กับแนวรอยเลื่อนแม่น้ำปิงและที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน โดยบึงบอระเพ็ดที่ตำแหน่งต่ำสุดของที่ราบเจ้าพระยาตอนบนมีแม่น้ำไหลมารวมกันและอยู่บนแนวรอยเลื่อนแม่ปิงที่พาดผ่านไปทางตะวันออกเฉียงใต้ การทรุดตัวของบริเวณเจ้าพระยาตอนบนเกิดเป็นแอ่งภายหลังมีตะกอนทับถมตื้นเขินเหลือเป็นบึงในปัจจุบัน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #บอระเพ็ด #นครสวรรค์

91854891_10157852705631265_1046428340258340864_o.jpg

*****

ช่องสามหมอ จังหวัดชัยภูมิ

ช่องสามหมอ เป็นลักษณะ “กิ่วน้ำ (water gap)” มีลำน้ำไหลตัดผ่านทิวเขาอย่างชัดเจน  การเกิดกิ่วลมและกิ่วน้ำมีทฤษฎีทางธรณีสัณฐานอธิบายกันไว้หลายทฤษฎี เช่น “การกัดกร่อนเข้าหากัน (headward erosion)” หมายถึง มีลำธารอยู่สองข้างของทิวเขากัดกร่อนจนมาพบกันตรงสันเขาและตัดสันทิวเขาจนเป็นช่อง อีกทฤษฎีหนึ่ง เรียกว่า “การซ้อนทับ (superimposed)” หมายถึง บริเวณทิวเขามีลำน้ำไหลผ่านอยู่ก่อนแล้ว เมื่อพื้นที่ตรงนั้นค่อยๆ ยกตัวขึ้นเป็นทิวเขา ลำน้ำจะรักษาระดับการไหลของน้ำให้คงเดิม จึงกัดเซาะสันของทิวเขาตรงที่ลำน้ำไหลผ่านให้เป็นอัตราส่วนเท่ากับ การยกตัวจึงเกิดเป็นกิ่วน้ำ แต่ถ้าขณะที่ทิวเขายกตัวขึ้นภายหลังพบว่า อัตราการกัดเซาะของลำน้ำมีน้อยกว่าการยกตัวของพื้นที่ ในที่สุดลำน้ำจะขาดออกจากกันหรือเปลี่ยนแนวการไหลไปทางอื่นและคงสภาพธรณีสัณฐานช่องเขาขาดเรียกว่ากิ่ว

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #ช่องสามหมอ #ชัยภูมิ

reth1_20110123_031824_psp_gcs_ort_48n.jpg

*****

"เขื่อนวชิราลงกรณ" 

เดิมชื่อเขื่อน "เขาแหลม"

เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกของประเทศไทยที่ดาดผิวหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก โดยอยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บนแม่น้ำแควน้อยในท้องที่ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณมีความสูงจากฐาน 92 เมตรสันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) 161.75 เมตร ปริมาตรตัวเขื่อนประมาณ 8.1 ล้านลูกบาศก์เมตร

postcard_ekhuuenwchiraalngkrn_0.jpg

 

 

*****

ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่หน้าท่า 550 ไร่ และพื้นที่หลังท่า 450 ไร่ ความยาวหน้าท่ารวมกัน 2,229 เมตร เป็นท่าเรือน้ำลึกที่ดำเนินการตามมาตรฐานสากลและเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด ในปี พ.ศ. 2559 มีปริมาณการขนถ่ายสินค้าผ่านท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดประมาณ 43 ล้านตันต่อปี

postcard-5_0.jpg

*****

ทุ่งทะเลหลวง

 

“แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจ” หรือเรียกโดยทั่วไปว่า “เกาะรูปหัวใจ” พื้นที่แห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางทุ่งทะเลหลวง ในเขตตำบลปากแคว อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์รูปหัวใจแห่งนี้ ได้เกิดจากแนวคิดโครงการแก้มลิง ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยได้เริ่มทำโครงการสร้างแหล่งเก็บน้ำขึ้น ในปี พ.ศ. 2545 โดยใช้บริเวณทะเลหลวงซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำในอดีต โดยได้มีการขุดลอกพื้นที่และขุดคลองเผื่อผันน้ำเข้ากักเก็บไว้ในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ เเละได้มีการออกแบบให้เป็นรูปหัวใจ

2.aangekbnamsuokhthay_0.jpg

*****

เขาใหญ่

เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด

   คือ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก  ได้รับสม​ญานามว่าเป็น  "อุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน"

   อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วย เทือกเขาสลับซับซ้อนกัน ได้แก่ เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาสูง 1,351 เมตร จากระดับน้ำทะเล  รองลงมาได้แก่ เขาแหลม 1,326 เมตร , เขาเขียว 1,292 เมตร , เขาสามยอด 1,142 เมตร และเขาฟ้าผ่า 1,078 เมตร ด้านทิศเหนือและตะวันออกพื้นที่จะลาดลง ทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชัน

อันเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำ​คัญ 5 สาย ดังนี้

- แม่น้ำปราจีน และ แม่น้ำนครนายก อยู่ทางทิศใต้ของพื้นที่ มีความสำคัญต่อเกษตรกรรมและระบบทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคนี้ แม่น้ำทั้งสองจะมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำบางปะกง

- ลำตะคอง และ ลำพระเพลิง อยู่ทางทิศเหนือ ไหลไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมของที่ราบสูงโคราช ไปบรรจบกันที่แม่น้ำมูล

- ห้วยมวกเหล็ก อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร โดยเฉพาะการปศุสัตว์ของภูมิภาคนี้ ไหลลงสู่แม่น้ำป่าสักที่อำเภอมวกเหล็ก

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

postcard-6.jpg
 

*****

 

ผังเมืองยะลา จังหวัดยะลา

ผังเมืองยะลา จังหวัดยะลา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองที่ดีและสวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย อยู่ในเขตเทศบาลนครยะลา ขนาดพื้นที่ 19 ตารางกิโลเมตร มีถนนกว่า 400 สาย ตัดเชื่อมต่อกัน จนคล้ายกับใยแมงมุม มีวงเวียนซ้อนกัน 3 วง เสมือนกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยออกแบบให้ถนนทุกสายไปรวมกันที่วงเวียนหลักเมือง เป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นโซนนิ่งที่ชัดเจน เช่น สถานศึกษา สถานที่ราชการ ย่านธุรกิจการค้า บ้านพัก ที่อยู่อาศัย และสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวของเมือง อีกส่วนหนึ่งตัดกันเป็นตารางหมากรุก คล้ายกับนครลอสแอลเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีทางเท้าควบคู่รางระบายน้ำ ช่วยให้แนวของอาคารเป็นแนวเดียวกัน ส่งผลให้เมืองยะลามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นเมืองที่สวยงามร่มรื่น สะดวกในการพัฒนาทุกด้าน   ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวภาคใต้ชายแดน

main_13.jpg

*****

อ่าวมาหยา

ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล เกาะขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน ประกอบกับน้ำทะเลสีเขียวสดใสจนมองเห็นพื้นทราย และมีหาดทรายขาวสะอาด ทรายละเอียด ทำให้มีทิวทัศน์สวยงาม

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัวย์ป่า และพันธุ์พืช

 

maya.jpg

*****

เกาะเมืองอยุธยา,พระนครศรีอยุธยา

พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือ บนถนนสายเอเซีย ประมาณ 75 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ไม่มีภูเขา ไม่มีป่าไม้ เป็นพื้นที่น้ำท่วมถึง และมีแม่น้ำ ลำคลองจำนวนมาก แม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี และแม่น้ำน้อย รวมความยาวประมาณ 200 กิโลเมตร โดยแม่น้ำบางสายไหลมาบรรจบกัน ทำให้เกิดตะกอนตกทับถม บริเวณพื้นน้ำจึงเกิดเป็นเกาะหรือสันดอน กลางแม่น้ำขึ้นหลายเกาะ เช่น เกาะเรียน เกาะพระ เกาะบางปะอิน และเกาะใหญ่
ในสมัยโบราณ กรุงศรีอยุธยามีแม่น้ำล้อมรอบ ลักษณะเมืองเช่นนี้ สามารถเป็นเกราะป้องกันศัตรูได้ดี ส่วนบริเวณรอบเกาะเมืองไม่ได้เกิดจากการทับถมตกตะกอนของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เกิดจากการคดเคี้ยวของแม่น้ำ แม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน และมีแม่น้ำสายอื่นมาบรรจบรวมกันทำให้เกิดเกาะที่ใหญ่ที่สุด เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก

main_12.jpg

*****

เกาะเกร็ด

ลักษณะภูมิประเทศของเกาะเกร็ด มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบต่ำล้อมรอบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพื้นที่ริมน้ำเป็นที่ลุ่มมากกว่าตอนกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ราบน้ำท่วมถึง ทําให้พื้นที่ทั่วทั้งเกาะเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสําหรับการทําเกษตรกรรม ดังจะเห็นได้ว่ามีการทําสวนไม้ผลไม้ยืนต้นอยู่ทั่วไป ผลไม้ที่นิยมปลูกได้แก่ กล้วย มะม่วง มะพร้าว ส้มโอบริเวณส่วนกลางของเกาะเกร็ดแต่เดิมเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเจ้า แต่ไม่มีการทํานามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 เนื่องจากบริเวณกลางเกาะเป็นที่ดอนสูงกว่าบริเวณริมเกาะ การดึงน้ำเข้าสู่พื้นที่นาต้องอาศัยเครื่องสูบน้ำอีกทั้งสภาพคูคลองภายในเกาะเกร็ดปัจจุบันตื้นเขินไม่มีการขุดลอกมาเป็นระยะเวลานาน การทํานาจึงไม่คุ้มกับการลงทุน ทําให้พื้นที่นาในอดีตกลายมาเป็นพื้นที่รกร้างเป็นผืนใหญ่ติดต่อกัน จากลักษณะของพื้นที่เกาะเกร็ดที่ค่อนข้างเป็นพื้นที่ลุ่มโดยเฉพาะบริเวณริมเกาะจึงทําให้เกิดน้ำท่วมได้ง่าย เกาะเกร็ดจึงประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม ในช่วงซึ่งเกิดเป็นประจําทุกปีในช่วงฤดูน้ำหลาก คือ ในระหว่างเดือนกันยายน และเดือนพฤศจิกายน ประกอบกับลักษณะเนื้อดินที่เป็นดินเหนียวอุ้มน้ำได้ดี เมื่อเกิดการท่วมขังจึงทําให้การระบายน้ำค่อนข้างช้า

ขอบคุณข้อมูลจาก องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

 

main_10.jpg

 

 

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันและอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า ห่างจากชายฝั่งทะเลบริเวณท่าเรือคุระบุรี ประมาณ 60 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตก มีเนื้อที่ประมาณ 135 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4 เท่าของสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ 21,100 สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน เป็นพื้นที่เกาะร้อยละ 24 ที่เหลือเป็นทะเล ประกอบด้วย 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะกลางและเกาะไข่
เนื่องจากหินในเกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้เป็นหินแกรนิต ที่เกิดจากการเย็นตัวอย่างช้าๆ ของหินหนืดใต้ผิวโลก เมื่อประมาณ 65 ล้านปีที่แล้ว ได้รับอิทธิพลจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ทำให้หินแกรนิตมีลักษณะเว้าแหว่ง และเมื่อเกิดการผุพังสลายตัว จึงเกิดเป็นทรายขาว ส่งผลให้มีหาดทรายขาวสะอาดในบริเวณเกาะ
ลักษณะสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของหมู่เกาะสุรินทร์มีสภาพที่กำบังคลื่นลมทั้งสองฤดู เนื่องจากเกาะวางตัวอยู่เป็นกลุ่มและมีอ่าวขนาดใหญ่ ทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งอยู่รอบเกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ และเกาะบริวาร นอกเหนือจากการรับอิทธิพลจากคลื่นลม สภาพแวดล้อมทางสมุทรศาสตร์ของบริเวณหมู่เกาะเหล่านี้อเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการพัฒนาของแนวปะการัง คือ น้ำใส อุณหภูมิพอเหมาะ และมีการผสมผสานของน้ำที่ได้รับสารอาหารจากมวลน้ำเบื้องล่างที่ปะทะเกาะ ความอุดมสมบูรณ์ของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นอาหารสำหรับปลาและสัตว์อื่นๆ ปัจจัยทางสมุทรศาสตร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ลักษณะของน้ำขึ้นน้ำลงในทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นแบบ Semidiurnal คือ น้ำขึ้นและน้ำลงอย่างละ 2 ครั้ง ใน 24 ชั่วโมง และความแตกต่างระหว่างน้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุดอาจถึง 3 เมตร ทำให้มีกระแสน้ำเลียบฝั่งค่อนข้างแรง

เกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้ ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด โดยมีพื้นน้ำตื้นๆ กว้างประมาณ 200 เมตร กั้นอยู่ ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปยังอีกเกาะได้ เรียกว่า อ่าวช่องขาด ส่วนเกาะขนาดเล็กอีกสามเกาะเป็นเกาะหินที่มีต้นไม้แคระแกร็นขึ้นอยู่ไม่หนาแน่นนัก พืชพรรณที่พบเป็นพืชป่าดิบชื้น เป็นแหล่งกำเนิดของแนวปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

09_hmuuekaaasurinthr.jpg

*****

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ประกอบด้วยเกาะ 25 เกาะ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกาะรอก ประกอบด้วย เกาะรอกนอก และเกาะรอกใน ซึ่งเกาะรอกในมีภูมิประเทศทั่วไปเป็นหินผาสูงชันมีโขดหินที่ถูกกัดกร่อนมาเป็นเวลานานอยู่ทางทิศเหนือ ด้านที่หันสู่ทิศตะวันตกเป็นหน้าผาทอดยาว ด้านหน้าของเกาะมีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด สูง 208 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนเกาะรอกนอกเป็นเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกับเกาะรอกใน ยอดเขาที่สูงที่สุด สูง 156 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณระหว่างช่องเขาจะมีที่ราบขนาดกว้างอยู่ 2 แห่ง คือ ช่องเขาหาดทะลุ และอ่าวม่านไทร สภาพธรณีของกลุ่มเกาะรอกอยู่ในยุคเพอร์เมียน-คาร์บอนิเฟอรัส มีช่วงอายุตั้งแต่ 345-230 ล้านปีมาแล้ว

 

82247655_10157571406646265_2393665040193421312_o.jpg

*****

แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของจังหวัดภูเก็ต มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล
มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยม เหมาะกับการชมแสงสุดท้ายแห่งปี 2562

main_9.jpg

*****

น้ำครก จังหวัดน่าน

ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชต ครอบคลุมพื้นที่บริเวณแม่น้ำน่านที่อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน  แม่น้ำน่านไหลจากเหนือลงใต้ มีแม่น้ำสาไหลจากตะวันตกมารวมกับแม่น้ำน่านที่อำเภอสา แม่น้ำน่านไหลผ่านแอ่งที่ราบในหุบเขาจังหวัดน่าน ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบตะกอนน้ำพาเป็นระดับขั้นบันได จัดเป็นธรณีสัณฐานแบบลานตะพักลำน้ำ  บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำน่านในปัจจุบัน มีขอบเขตเห็นได้ในภาพถ่ายจากดาวเทียมมีความกว้างประมาณ 2-3 กิโลเมตร บริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงนี้เกิดจากการทำงานของแม่น้ำน่านในแนวราบโดยการกวัดแกว่งและเปลี่ยนทางเดินของแม่น้ำ เรียกว่า “ทางน้ำโค้งตวัด” ส่วนของแม่น้ำที่ถูกตัดขาดเนื่องจากแม่น้ำเปลี่ยนทางเดิน กลายเป็นหนองน้ำมีรูปร่างโค้งงอตามสภาพของน้ำเดิม จัดเป็นธรณีสัณฐาน “ทะเลสาบรูปแอก” คนท้องถิ่นในอำเภอสาเรียกธรณีสัณฐานนี้ว่า “น้ำครก”

untitled-2.jpg

 

*****

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น สูง 3,776 เมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว

jap_thps160109-321_crater-fuji.jpg

เกาะยาวน้อย(บน) และเกาะยาวใหญ่(ล่าง) จังหวัดพังงา

อยู่ในทะเลอันดามัน ล้อมรอบด้วยเกาะเล็กๆ จำนวนมาก

main_8.jpg

*****

สามพันโบก

เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ในอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานีและจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูที่น้ำแห่งขอด

 

th_thp090409_samphanbok-udon.jpg

*****

สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี

สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เคยเป็นสนามกีฬาหลักในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 เมื่อปี 2538

th_thps111109-321_chm_sport_complex.jpg

 

เขื่อนสามผา มลฑลหูเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน

75241115_10157419076131265_5686113057214824448_o.jpg

 

หมู่เกาะอาดัง-ราวี

หมู่เกาะอาดัง-ราวี ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานธรณีสตูลด้านทิศตะวันตกสุด กลางทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตา ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร มียอดเขาสูงสุด สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 703 เมตร บริเวณโดยรอบเกาะเป็นหน้าผาสูงชัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา วัฒนธรรม และมีชายหาดที่สวยงาม ผืนดินแห่งนี้ เป็นบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่อุดมไปด้วยสิ่งมีชีวิต ยุคเก่า เกิดเป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลกในช่วงเวลานั้น ต่อมามีการยกตัวของเปลือกโลกก่อเกิด เป็นเทือกเขา และถํ้า ซึ่งได้กลายเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์โบราณ ปัจจุบันผู้คนก็ยังดำรงชีวิตโดยใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดินนี้อยู่ และก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่มีเอกลักษณ์ภาพจากดาวเทียมไทยโชตแสดงให้เห็นถึงบริเวณโดยรอบของเกาะ เป็นหาดทรายสีขาวที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นในเรื่องของตะกอนหินทรายแป้งสีขาวที่เกิดการผุพังของหินแล้วถูกพัดพามาสะสมตัวบริเวณรอบๆเกาะ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว

main_6.jpg

*****

เขาขลุง ต.เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ
ล้อมรอบด้วยรูปแบบเชิงเรขาคณิต ของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคและชุมชน

main_4.jpg

*****

ภูหอ จังหวัดเลย (Phu Ho) 

ภูหอ เป็นตัวอย่างธรณีสัณฐานแบบภูเขายอดราบ รองรับด้วยหินทรายและหินดินดานของหินชุดโคราชที่วางตัวในแนวระนาบ ส่วนยอดของเขารองรับด้วยชั้นหินทรายหมวดภูพานซึ่งเป็นชั้นหนาและคงทนต่อการกัดกร่อนคงสภาพเป็นยอดเขาจากการสำรวจทางธรณีวิทยาประกอบกับภาพถ่ายจากดาวเทียม “ภูหอ” เป็นภูเขาที่เกิดจากหินชั้นต่างๆ ที่ตกตะกอน และการสะสมตัวเองของโคลนตม เป็นระยะเวลายาวนาถึง 180 ล้านปีชั้นหินของภูหอ จึงแบ่งออกเป็นชั้นหินทราย 3 ชั้น และส่วนใต้ชั้นหินทรายลงไป จะเป็นชั้นหินปูน ลักษณะเดียวกับ ภูกระดึง และภูหลวงซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับ "ภูเขาไฟฟูจิยามา" ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเรียกันว่า "ฟูจิเมืองเลย"ภูหอ ภูหลวง ภูกระดึง เคยเป็นปึกแผ่นเดียวกัน ซึ่งจากการศึกษาทางธรณีวิทยา ก่อนการเกิดเป็น “ภู” ที่นี่เคยเป็นที่ราบสูงที่เกิดจากแผ่นเปลือกโลกชนกัน อีกทั้งที่ราบสูงนี้ยังโดนน้ำกัดเซาะตามรอยแตกของเปลือกโลกจึงถูกกัดกร่อนจนแยกออกกลายเป็น 3 ภู ในข้างต้น

2main.jpg

*****

ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นภูเขาหินปูน
ซึ่งมีความสูงมาก  ซึ่ง สูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศรองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก
ดอยหลวงเชียงดาว ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ยอดเขามีลักษณะหยักแหลม (รูปกรวย)
มีผาชันและกิ่วเขาอยู่ทั่วไป ภายในมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ชื่อถ้ำเชียงดาว

th_thms140109-321_doi_chaing_dao-chm.jpg

*****

เกาะหมาก(ซ้าย) และเกาะกระดาด (ขวา) จังหวัดตราด เป็นเกาะขนาดเล็ก นอกชายฝั่งอ่าวเมืองตราด

บริเวณรอบเกาะมีแนวปะการังโอบล้อมอยู่ เกาะกระดาด มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบ

ความใสของน้ำทะเลทำให้สามารถเห็นปะการังใต้น้ำได้เป็นอย่างดี

main_3.jpg

*****

หมู่เกาะตะรุเตา :จังหวัดสตูล ในทะเลฝั่งอันดามัน เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย

อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves)

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะ

ได้แก่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี

แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่ คือหมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี นอกจากจะมีชื่อเสียงด้านความสวยงามของธรรมชาติแล้ว

ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ ซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่กันกันนักโทษ

main_2.jpg

 

*****

เหมืองแม่เมาะ : เป็นเหมืองถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่เมาะ
จังหวัดลำปาง ทำหน้าที่ผลิตถ่านหินลิกไนต์ส่งให้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

main_1.jpg

*****

เกาะทะลุ อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ถ้ำทะลุจะอยู่ด้านหัวเกาะทิศเหนือของเกาะเป็นหน้าผาสูงชันสีแดง มีช่องทะลุขนาดใหญ่สามารถมองเห็นอีกฝากได้ชัดเจน

ซึ่งถ้ำทะลุนี้เป็นที่มาของชื่อ " เกาะทะลุ " ซึ่งเกิดจาก หินปูนกัดเซาะโดยคลื่นและน้ำทะเล

main_0.jpg

*****

ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบที่อยู่ติดกันถึง 3 จังหวัด ได้แก่

จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา

และ จังหวัด นครศรีธรรมราช

มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร

ทะเลสาบสงขลาได้รับน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชและเทือกเขาสันกาลาคีรีจากอำเภอสะเดา

ทั้งหมดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา

ลุ่มน้ำในแถบนี้เรียกว่า "ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา"

น้ำในทะเลสาบมี 3 น้ำด้วยกัน คือ น้ำจืด, น้ำกร่อย และน้ำเค็ม

มีแม่น้ำและคลองหลายสายที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบแห่งนี้ ทำให้น้ำมีการเปลี่ยนแปลงเสมอตามฤดูกาล

โดยขึ้นอยู่กับกระแสน้ำในแม่น้ำสายต่าง ๆ ที่ไหลเข้าสู่ทะเลสาบ

61473498_10156972316061265_5644700806453133312_o.jpg

*****

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน มีความสูงชันบริเวณริมฝั่งทะเล สลับกับที่ราบริมฝั่งทะเล ที่มีลักษณะเป็นหาดเลน

อุทยานฯ เขาสามร้อยยอด ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ทำให้ที่นี่มีสังคมพืชหลากหลาย ทั้งสังคมพืชที่เกิดในพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณทุ่งสามร้อยยอด และป่าชายเลน

อีกทั้งอุทยานฯ เขาสามร้อยยอดแห่งนี้ ได้รับการขนานนามให้เป็นดินแดนแห่งโถงถ้ำของทะเลอ่าวไทย

เนื่องจากที่นี่มีถ้าน่าเที่ยวอยู่มากมายได้แก่ถํ้าพระยานคร ถ้ำไทร และถ้ำแก้ว เป็นต้น

th_thms220410-321_karst-sam_roi_yot-pck.jpg

*****

เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน

แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับฉายาว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย

เพราะมีความสวยงามของเทือกเขาหินปูนที่เหมือนกันกับกุ้ยหลินที่ประเทศจีน
โดยเขื่อนเชี่ยวหลานจัดเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคใต้

ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำและพลังงานไฟฟ้า

ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยเขื่อนเชี่ยวหลานเมื่อสร้างเสร็จแล้วได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่9

พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

th_thms060310-321fs_rachaprapha-surat_thani.jpg

*****

ดินดอนสามเหลี่ยมปากน้ำตาปี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี
เป็นดินดอนสามเหลี่ยมรูปตีนนกกาที่สวยงาม และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
มีป่าโกงกางปกคลุมอย่างหนาแน่น

th_thms060310-321fs_ban_don-suratthani-s1.jpg

*****

ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่ปลูกสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่นทุกชนิด

สามารถผลิตน้ำมันได้สูงถึงประมาณ 520 กิโลกรัม/ไร่ สูงกว่าถั่วเหลืองถึงเกือบ 10 เท่า

นอกจากนี้ต้นทุนในการผลิตน้ำมันต่อกิโลกรัมยังถูกกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่น
สำหรับการปลูกปาล์มน้ำมันในภาคใต้ เริ่มเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2511 ในพื้นที่จังหวัดสตูลและจังหวัดกระบี่

การปลูกและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันได้พัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ในปี พ.ศ. 2544 การปลูกปาล์มน้ำมันได้กระจายไปหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้

บริเวณพื้นที่ที่ปลูกมากที่สุด คือจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร สตูล ตรัง และอื่นๆ

บริเวณแปลงปลูกปาล์มน้ำมัน อ.ไชยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี

i_006.jpg

*****

อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แหล่งปลูกสัปปะรดพันธุ์ศรีราชา พันธุ์ดีของประเทศ

สับปะรดเป็นพืชที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากจะนิยมบริโภคสดแล้ว ยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิด
สับปะรดศรีราชา เป็นสับปะรดที่มีลักษณะพิเศษคือ เนื้อสีเหลือง ฉ่ำรสหวานจัด ลูกกลมแป้น ปลายจุกแหลม ให้ผลผลิต ตลอดทั้งปี มีสารอาหารที่มีประโยชน์จำนวนมากและมีคุณค่าทางยาสูง

ซึ่งสับปะรดศรีราชานั้นได้มีการขึ้นทะเบียน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2558

main.jpg

*****

บางกะเจ้า คือพื้นที่สีเขียวที่เป็นบริเวณโค้งน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกระเพาะหมูที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด

ประกอบไปด้วยพื้นที่ 6 ตำบล ของ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ คือ ต.ทรงคนอง ต.บางยอ ต.บางกระสอบ ต.บางน้ำผึ้ง ต.บางกะเจ้า และ ต.บางกอบัว

ที่นี่มีความหลากหลายทางชีวภาพจนทำให้เกิดแนวคิดที่จะให้พื้นที่บางกะเจ้าเป็นพื้นที่ “ปอด” เพื่อฟอกอากาศให้กับพื้นที่กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียง

i_008.jpg

*****

เกาะช้าง มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต แถมยังมีเกาะเล็ก เกาะใหญ่ มากกว่า 52 เกาะ
สภาพโดยรวมบน เกาะช้าง นั้น มีพื้นที่กลางเกาะเป็นภูเขา และป่าดิบชื้น มีที่ราบอยู่ตามขอบเกาะก่อนถึงชายหาดของอ่าวต่าง ๆ

ที่ราบเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าว สวนยางพารา และสวนผลไม้อื่น ๆ

เช่น เงาะ ทุเรียน ส้มโอ ฯลฯ ตลอดจนเปิดเป็น ที่พักเกาะช้าง ของนักท่องเที่ยว

แต่ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่ของ เกาะช้าง เป็นภูเขาสูง มีหินผาสลับซับซ้อน มีสภาพสมบูรณ์ เป็นป่าดงดิบเขา ยอดเขาที่สูงที่สุด

ได้แก่ ยอดเขาสลักเพชร สูงถึง 744 เมตร
รองลงมา ได้แก่ เขาจอมปราสาท และเขาหอม ซึ่งภูเขาเหล่านี้ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำและลำธารต่าง ๆ

ที่ทำให้เกิดน้ำตกหลายแห่งบน เกาะช้าง นี้นั่นเอง

i_004_0.jpg

*****

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อทดแทนสนามบินดอนเมืองที่แออัด ด้วยเป้าหมายที่ต้องการให้สนามบินแห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางด้านคมนาคมของทวีปเอเชีย พร้อมความทันสมัย สวยงาม และมีความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ในปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีฐานะเป็นสนามบินหลักของประเทศไทย เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 และกลายเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว

i_001.jpg