• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

นำคุณค่าจากอวกาศเพื่อพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

ขับเคลื่อนนโยบายชาติด้วยแผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติ

ขับเคลื่อนนโยบายชาติด้วยแผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติ

29 กันยายน 2560 ณ ห้องวิภาวดี บีซี โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ// กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ จัดสัมมนาการขับเคลื่อนนโยบายชาติด้วยแผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2564 พร้อมย้ำชัด... “เพื่อนำไปสู่การบูรณาการด้านภูมิสารสนเทศร่วมกันและนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  โดยมี ดร.อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน
แผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2564 จะทำให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไปใช้ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพเพื่อการขับเคลื่อนนโยบายชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน การบริหารจัดการทรัพยากร การป้องกันและลดความสูญเสียรวมถึงความเสียหายจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะ และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีความปลอดภัยและทันสมัยให้กับประเทศไทยของเรา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่จะมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0
แผนแม่บทฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านภูมิสารสนเทศของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 4  ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการปรับปรุงกฎ ระเบียบให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ใหม่ทางภูมิสารสนเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศกลางของภาครัฐ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาเว็บท่าและระบบให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริม ผลักดันให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเทคโนโลยีและข้อมูลภูมิสารสนเทศ ซึ่งทั้ง 4 ยุทธศาสตร์ที่กล่าวมานั้น มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยมีการนำข้อมูลภูมิสารสนเทศมาใช้ตอบสนองมาตรการที่สำคัญๆ ของรัฐบาล เช่น การบูรณาการข้อมูลผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูลกลาง การเกษตรแบบครบวงจรรายบุคคลผ่านการบูรณาการ การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน การบูรณาการข้อมูลเพื่อป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ การบูรณาการข้อมูลระหว่าง หน่วยงานเพื่อการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต เป็นต้น
สำหรับการจัดงานในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายของแผนการดำเนินงานและความสอดคล้องของแผนแม่บทฯกับนโยบายชาติ รวมทั้ง เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นแนวทางในการบูรณาการและดำเนินงานด้านภูมิสารสนเทศร่วมกันและสามารถนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ไปสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษาสมาคมวิชาชีพ ภาคประชาชน คณะกรรมการฯ และอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องด้านภูมิสารสนเทศ เข้าร่วมกว่า 350 คน จาก 32 หน่วยงาน
คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนแม่บทดังกล่าวจะทำให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีกรอบการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐาน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน ประหยัดงบประมาณของประเทศ และมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาลในที่สุด
อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนแม่บทภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2564 และมาตรฐานภูมิสารสนเทศของประเทศ จำนวน 10 เรื่อง โดยให้คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานกับการดำเนินงานเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น Big Data การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) การจัดทำผังเมืองและการดำเนินการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติไว้