• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

นำคุณค่าจากอวกาศเพื่อพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

ยืนยัน THEOS-2 ไม่มีใบสั่ง

ยืนยัน THEOS-2 ไม่มีใบสั่ง

โครงการ THEOS-2  เป็นโครงการที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อการจัดหาดาวเทียมถ่ายภาพเพื่อทดแทนดาวเทียมไทยโชตในปัจจุบันที่ครบอายุการใช้งานและระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการประยุกต์ใช้งานที่ทันสมัยสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลทุกชุดให้ความสำคัญ และสนับสนุนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง

 

สทอภ. ชี้แจงว่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการระบบดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือ THEOS-2 ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร สทอภ. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 เป็นโครงการที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาทางด้านสังคมเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงในระยะยาว โดยการจัดหาดาวเทียมและนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อการตัดสินใจหรือ Actionable Intelligence Policy หรือ AIP เพื่อการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่และสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่ง AIP เป็นระบบที่ยังไม่เคยมีการใช้งานมาก่อนในประเทศไทย รวมถึงในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็มีระบุถึงการใช้ AIP เป็นเครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และบริหารจัดการพื้นที่แบบครบวงจร

 

สำหรับการดำเนินงานโครงการ THEOS-2 สทอภ. ได้ให้ความสำคัญกับหลักสุจริตและความโปร่งใสในกระบวนการจัดหาตามหลักปฏิบัติสากลมาโดยตลอด ทั้งนี้ โครงการ THEOS-2 มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่แตกต่างไปจากโครงการ THEOS-1 ที่ลงนามในสัญญาเมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษที่ซื้อตรงจากบริษัท Astrium แต่โครงการ THEOS-2 เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบการประกวดราคาแบบนานาชาติ (International Competitive Bidding: ICB) โดยที่โครงการ THEOS-2 ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนที่ พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงานพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จะบังคับใช้ ดังนั้นการกำหนดวิธีการและขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้างจึงเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหาร สทอภ. ตามนัยของมาตรา 128 ของ พรบ. ดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการบริหารก็ได้ให้ความเห็นชอบต่อ Instructions To Bidders (ITB) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการและขั้นตอนในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยได้มีการประกาศและจัดประชุมเพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามแก่ผู้ซื้อซองทุกรายไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560

 

เนื่องจาก โครงการ THEOS-2 เป็นโครงการพัฒนาที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในหลายด้าน และไม่ได้มีเป็นแบบสำเร็จรูปในท้องตลาด แต่ต้องพัฒนาและบูรณาการเพื่อตอบโจทย์ที่มีความเฉพาะสำหรับประเทศไทย สทอภ.จึงได้ใช้แนวทางการจัดหาโดยวิธีประกวดราคาแบบนานาชาติ (International Competitive Bidding: ICB) ซึ่งเปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งของรัฐและเอกชนจากทุกประเทศที่มีศักยภาพสามารถเข้าแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ ITB ที่ สทอภ. ยกร่างขึ้นนั้น ตอบทั้งความต้องการของประเทศ ตามที่ สทอภ. ได้เคยรวบรวมจากหน่วยงานต่างๆ ในช่วงของการพัฒนาโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2554 และเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ให้สิทธิ สทอภ. ในฐานะเจ้าของโครงการฯ ในการใช้วิจารณญาณเลือก Successful Bidders ที่ให้ประโยชน์สูงสุดในองค์รวม ซึ่งผลการคัดเลือกปรากฏว่ามีผู้ผ่านการพิจารณาจำนวน 2 ราย จึงแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการล็อคสเปคแต่อย่างใด

 

อย่างไรก็ตาม สทอภ. มีเจตนารมณ์ในการทำงานตามหลักความโปร่งใส จึงได้เลือกสมัครเข้าโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรมของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ ซึ่งคณะผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมได้สอบถามและขอข้อมูลของโครงการฯ ในแง่มุมต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สทอภ.ไม่เคยเพิกเฉย และได้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกประเด็น รวมทั้ง ให้ความร่วมมือทุกครั้งในการให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแก่คณะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ห้ามเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากอาจจะส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม นอกเหนือจากการดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมแล้ว ก็มีหน่วยงานของรัฐอีกหลายแห่งได้สอบถามและขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ THEOS-2 ซึ่ง สทอภ. ก็ได้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทำนองเดียวกันกับที่ให้คณะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีการทักท้วงเพิ่มเติมหรือเสนอแนะให้ยุติการดำเนินโครงการแต่อย่างใด รวมทั้งได้มีการชี้แจงต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนด้วย

 

สำหรับกรณีที่มีผู้เสนอให้มีการเปิดเผยรายงานผลการสังเกตการณ์ (Notification Report) ของคณะผู้สังเกตการณ์นั้น รายงานดังกล่าวมีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลทางด้านเทคนิคและอื่นๆ ที่เป็นความลับทางการค้าของผู้ยื่นซองประกวดราคา จำนวน 7 ราย ซึ่งตาม ITB กำหนดไว้โดยสรุปว่า สทอภ. ต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ สำหรับในส่วนของ Statement of Work ที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างนั้น ก็เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและการดำเนินการของผู้รับจ้าง ซึ่งในสัญญาได้กำหนดไม่ให้เปิดเผยข้อมูลโดยทั่วไป แต่สามารถเปิดเผยให้กับหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง สทอภ. ได้ขอคำแนะนำจากการดำเนินการในส่วนต่างๆ และรับฟังความคิดเห็นจากสำนักงานอัยการสูงสุด ทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นตอนการลงนามในสัญญาที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งนี้ ก็เพื่อให้กระบวนการและเงื่อนไขต่างๆ ของการประกวดราคาตลอดจนถึงการบริหารสัญญามีความเป็นธรรม โปร่งใส และถูกต้องทั้งทางด้านเทคนิค ด้านราคา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี