• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

รู้จัก...แผ่นดินไหว ไม่ตระหนก..มีสติ

รู้จัก...แผ่นดินไหว ไม่ตระหนก..มีสติ

1595475268340.jpg

 

จากเหตุการณ์ประกาศเตือนภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิในสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศเตือนภัย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 13.21 น. ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงถึง 7.8 แมกนิจูด ซึ่งห่างจากเมืองเพอร์รีวิลล์ รัฐอลาสกา ประมาณ 98 กิโลเมตร  และหลังจากนั้นไม่นานศูนย์เตือนภัยฯก็ได้ประกาศยกเลิกการคุกคามจากภัยสึนามิดังกล่าว แอดมินไม่รอช้า รีบคว้านักวิชาการมาร่วมพูดคุยถึงความรู้เรื่องแผ่นดินไหวกันทันทีครับ

 

เริ่มต้นกันที่ ความรุนแรงแผ่นดินไหวถึง 7.8 แมกนิจูด แอดมินเชื่อว่าหลายคนยังไม่คุ้นเคยกับคำนี้ ปกติได้ยินแต่คำว่า “ริกเตอร์” จริงๆแล้วสามารถใช้ได้เช่นกันไม่ผิดครับ แต่ในต่างประเทศนิยมใช้คำว่า “แมกนิจูด” ก็เท่านั้นเอง ส่วนที่ถูกต้องต้องเป็น แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ครับ ไม่ต้องมีต่อท้าย  ส่วนความรุนแรง 7.8 ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือว่ามีความรุนแรงมากเลย  โดยระดับพลังงานของแผ่นดินไหวมีค่าตั้งแต่ 1-10 ซึ่งตั้งแต่ 6 แมกนิจูด ขึ้นไปถือว่ารุนแรงมาก สามารถสร้างความเสียหายได้เป็นวงกว้าง แม้แผ่นดินไหวจะเป็นภัยพิบัติที่ไม่สามารถพยากรณ์ได้ ดังนั้น เราจึงควรศึกษาเพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการเกิดของแผ่นดินไหวที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแนวทางในการลดความเสียหายที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราทำได้คือการเตรียมพร้อมรับมือ การทำความรู้จักกับเรื่องแผ่นดินไหวจะทำให้มีข้อมูลที่ดี และเราต้องติดตามข่าวสารอย่างมีสติ

 

รู้จักกับแผ่นดินไหวให้มากขึ้น

   แน่นอน “แผ่นดินไหว” เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดินนั่นเองครับ เกิดจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลก ออกมาเพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่ ทั้งนี้พื้นดินที่เราเหยียบอยู่นี้ประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลกหลายแผ่นต่อกันและมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นมีสิ่งที่เรียกว่า “รอยเลื่อน” บริเวณรอยเลื่อนที่มีการเคลื่อนที่จะมีการสะสมแรงดันสะสมเอาไว้ ยิ่งเคลื่อนที่มากแรงดันก็ยิ่งมาก แรงดันที่ไม่มีที่ระบายก็จะกลายเป็นแรงเครียด และเมื่อถึงจุดที่ไม่สามารถสะสมแรงเครียดได้อีกก็จะเกิดการปลดปล่อยออกมานั่นเอง กลายเป็นแผ่นดินไหว จุดที่เกิดการระเบิดขึ้นนี้ เราเรียกว่า “จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว” ยิ่งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางเท่าไหร่แรงสั่นสะเทือนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นครับ

 

ทั้งนี้ แรงเครียด สามารถเกิดได้ 2 รูปแบบคือ

1.เมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวสวนทางกัน จะเกิด แรงเครียดสะสมในแนวราบ
2.หากแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวทับซ้อนกัน จะเกิดแรงเครียดในแนวดิ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงกว่าแนวราบเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

นอกจากนี้ มีทฤษฎีกลไกการเกิดแผ่นดินไหวที่ยอมรับกันในปัจจุบันมี 2 ทฤษฎีด้วยกันครับ

ทฤษฎีที่ 1 ทฤษฎีว่าด้วยการขยายตัวของเปลือกโลก โดยแผ่นดินไหวเกิดจากการที่เปลือกโลกเกิดการคดโค้ง โก่งตัวอย่างฉับพลัน และเมื่อวัตถุขาดออกจากกันจึงปลดปล่อยพลังงานออกมาในรูปคลื่นแผ่นดินไหว

ทฤษฎีที่ 2 ทฤษฎีว่าด้วยการคืนตัวของวัตถุ โดยแผ่นดินไหวมาจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อน กล่าวคือ เมื่อรอยเลื่อนเกิดการเคลื่อนตัวถึงจุดหนึ่งวัตถุจะขาดออกจากกันและเสียรูปอย่างมาก พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาในรูปของคลื่นแผ่นดินไหว และหลังจากนั้นวัตถุจะคืนตัวกลับสู่รูปเดิมครับ

 

เห็นมั้ยครับว่า แผ่นดินไหวมันมีความน่ากลัวก็จริง แต่ถ้าเรารู้จักมันให้มากขึ้น และมีสติหากเกิดเหตุการณ์จริง รวมถึงฟังประกาศและเชื่อฟังจากศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ ก็จะสามารถรับมือได้ ประเทศไทยของเราค่อนข้างโชคดีที่ไม่ค่อยจะมีเหตุการณ์ประเภทนี้เกิดขึ้นครับ.... ขอบคุณสำหรับการติดตามเช่นเคย

ขอบคุณข้อมูลจาก
1.กรมทรัพยากรธรณี
2.ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา
เรียบเรียงโดย  นายจักรี พรหมบริสุทธิ์ นักสื่อสารองค์กร
ภาพ -> ใช้ประกอบเนื้อหาเท่านั้น

#gistda #Spacetechnology #จิสด้า #จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #แผ่นดินไหว #อเมริกา