• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

จากเหตุการณ์เรือล่ม หมู่เกาะมอริเซียส

จากเหตุการณ์เรือล่ม หมู่เกาะมอริเซียส

2020-08-10_00_00_-_2020-08-10_23_59_sentinel-1_s1_aws_iw_vvvh_vv_-_decibel_gamma0.jpg

 

หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของดาวเทียมสำรวจทรัพยากรก็คือ การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของโลกใบนี้ ด้วยการติดตามเหตุการณ์ต่างๆ เก็บบันทึกข้อมูลอย่างต่อเนื่อง และส่งต่อให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของปัญหา ซึ่งจะนำมาสู่นโยบายการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างสมเหตุสมผล

เฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วจากเรือขนส่งสินค้าตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 63 ที่เกาะมอริเซียส ประเทศมอริเซียส ในมหาสมุทรอินเดีย ประเทศในเขตทวีปแอฟริกาฝั่งตะวันออก และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวปะการังสวยจนมีชื่อเสียงติดอันดับโลก ส่งผลให้มีคราบน้ำมันไหลรั่วลงทะเลกว่า 1,000 ตัน และกระจายไปทั่วบริเวณหมู่เกาะ จนทำให้มอริเชียสต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทางสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจภาพรวมของปัญหา ทราบถึงตำแหน่งจุดน้ำมันรั่วและขอบเขตการแพร่กระจายของน้ำมันที่ลอยเป็นทางยาวบนผิวน้ำทะเลที่มีแนวโน้มลอยเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำมันที่รั่วไหลออกมาทำให้เกิดคราบน้ำมันสีดำปกคลุมผิวทะเลและพื้นดินโดยรอบ สามารถมองเห็นบนภาพถ่ายจากดาวเทียมในระบบ Passive sensor มีลักษณะเป็นริ้วสีดำเช่นกัน แต่ขอบเขตไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากสีของโขดหินบริเวณน้ำตื่นก็มีสีที่ใกล้เคียงกับสีของน้ำมัน จึงทำให้กำหนดขอบเขตของน้ำมันบนผิวน้ำค่อนข้างลำบาก

แต่สำหรับในระบบ Active sensor หรือดาวเทียมในระบบเรดาร์ ที่อาศัยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นที่สร้างและปล่อยจากตัวดาวเทียม จะสามารถตรวจวัดขอบเขตการแพร่กระจายของน้ำมันได้เป็นอย่างดี ปรากฏบริเวณที่เป็นคราบน้ำเป็นสีดำเข้มในภาพดาวเทียม เนื่องจากคุณสมบัติของน้ำมันที่เคลือบบนผิวน้ำทำให้ผิวน้ำบริเวณนั้นค่อนข้างเรียบ ทำให้เกิดการสะท้อนคลื่นที่ส่งมาจากดาวเทียมไปในทิศทางอื่นเสียส่วนมาก ไม่มีการสะท้อนกลับไปยังเซนเซอร์ของดาวเทียม คล้ายกับเราโยนลูกปิงปองลงพื้นเรียบลูกปิงปองก็จะเด้งไปทางอื่นไม่กลับมาเดิม คราบน้ำมันในทะเลจึงปรากฏเป็นสีดำในภาพถ่ายจากดาวเทียมในระบบ Active sensor ตามภาพประกอบซึ่งภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-1 บันทึกภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563

ปรากกฎคราบน้ำมันที่ไหลรั่วออกมาจากเรือจำนวนมากเป็นสีดำเข้มตามแนวชายฝั่งทางด้านทิศตะวันออกของเกาะมอริเซียส (กรอบเส้นประสีเหลือง) ในขณะที่ผิวน้ำที่ไม่มีน้ำมันเคลือบก็จะมีสีเทาเข้มเป็นลักษณะเป็นริ้วคลื่นตามกระแสลม เนื่องจากด้วยลักษณะของคลื่นผิวน้ำที่ไม่ราบเรียบจึงทำให้มีคลื่นบางส่วนสะท้อนกลับไปยังเซนเซอร์ของดาวเทียม เช่นเดียวกับบริเวณที่ที่เป็นภูเขาบนเกาะ สีที่ปรากฏบนภาพยิ่งสว่างมากก็หมายถึงจำนวนคลื่นที่สะท้อนกลับไปยังเซนเซอร์ของดาวเทียมมาก ยกเว้นบริเวณสนามบินที่มีสีดำเข้มใกล้เคียงกับคราบน้ำมัน ก็เนื่องจากผิวรันเวย์ของสนามบินค่อนข้างเรียบนั่นเอง ด้วยความแตกต่างในเรื่องความเรียบของพื้นผิว จึงทำให้ดาวเทียมในระบบเรดาร์ตรวจจับน้ำมันรั่วที่ลอยอยู่กลางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าปัจจุบัน รัฐบาลของมอริเซียสได้รายงานว่าการรั่วไหลของน้ำมันได้ยุติลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงเร่งมือเก็บน้ำมันที่รั่ว เพราะยังปรากฏคราบน้ำมันจำนวนมากในภาพถ่ายจากดาวเทียมที่ถูกคลื่นซัดมารวมกันอยู่บริเวณใกล้ชายฝั่ง อีกทั้งเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชายฝั่งให้กลับมาสวยงามดังเดิม

ย้อนหลังไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 ข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำ ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการสนับสนุนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วกลางอ่าวไทย ณ บริเวณเกาะเสม็ดด้วยเช่นกัน นอกจากจะทำให้ทราบถึงปริมาณน้ำมันดิบจำนวนมาก ณ อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด แล้วยังทำให้ทราบถึงปรากฏการณ์แผ่นฟิลม์น้ำมันขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งในเขต อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งนำมาสู่คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ประกอบการ ตลอดจนสถานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณดังกล่าวให้พร้อมรับมือได้ทันการณ์ ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นคุณค่าจากเทคโนโลยีอวกาศสู่การส่งเสริมให้เกิดการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน

#spacetechnology
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20
#จิสด้า
#gistda