• ภาษาไทย
  • English

Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization):GISTDA

GISTDA To be Value based Organization in Geo-space Intelligence Deliveries by 2020

ไฟป่า...ควบคุมได้ด้วยตาดิน...ตาฟ้าและตาอวกาศ

ไฟป่า...ควบคุมได้ด้วยตาดิน...ตาฟ้าและตาอวกาศ

105_photopost.jpg

ตั้งแต่ 1 ต.ค. 61 - 20 ส.ค. 62 มีรายงานการเกิดไฟป่าทั่วประเทศมากถึง 7,301 ครั้ง* มีพื้นที่ถูกไฟไหม้รวม 149,061 ไร่* หรือเทียบได้กับ 33,878 สนามฟุตบอลขนาดมาตราฐาน นับว่ามากเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ คือในช่วง 1 ต.ค. 60 - 20 ส.ค. 61 มีรายงานการเกิดไฟป่าทั่วประเทศอยู่ที่ 3,765 ครั้ง* ในขณะเดียวกันข้อมูลจุดความร้อนสะสม (HOT SPOt) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดยที่ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 62 มีจุดความร้อนสะสม 205,373 จุด** และระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 31 พ.ค. 61 มีจุดความร้อนสะสม 98,835 จุด** แล้วฤดูกาลเกิดไฟป่าที่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นปี 2563 จะเป็นอย่างไร!
.
จากข้อมูลสถิติข้อมูลการเกิดไฟป่าทั่วประเทศ 20 ปีย้อนหลัง ประเทศไทยเกิดไฟป่าบ่อยครั้งระหว่างเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี โดยมีสถิติสูงที่สุดคือช่วงเดือนมีนาคม และภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่มีรายงานการเกิดไฟป่าบ่อยครั้งมากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดหมอกควันปกคลุมนานต่อเนื่องเป็นเวลานาน เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศที่เราใช้หายใจสูงเกินเกณฑ์มาตราฐาน สุดท้ายส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจของคนในพื้นที่และปัญหาอื่นๆอีกมากมายตามที่เราได้ทราบข่าวกัน
.
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2558 เป็นต้นมา ข้อมูลจากดาวเทียมเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการติดตามการเกิดไฟป่าในประเทศไทย เนื่องด้วยคุณสมบัติของดาวเทียมที่ถ่ายภาพได้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง มีเซนเซอร์ที่ตรวจจับความร้อนบนพื้นผิวโลกได้ สามารถแยกแยะพื้นที่ถูกเผาไหม้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งในบางช่วงคลื่นที่ดาวเทียมใช้บันทึกภาพสามารถแสดงให้เห็นถึงแนวไฟขณะกำลังเผาไหม้ได้อย่างชัดเจน นับเป็นข้อมูลสำคัญต่อการทำความเข้าใจก่อนนำไปสู่ปฎิบัติการการควบคุมสถานะการณ์ไฟป่า (โดยข้อมูลทั้งหมดจิสด้าได้วิเคราะห์และเผยแพร่สู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ไฟป่ารายวัน ได้ที่ >> http://fire.gistda.or.th/download.html)
.
ดาวเทียม Terra และ ดาวเทียม Aqua ดาวเทียมฝาแฝดที่มีขนาดพอๆกับรถโรงเรียนขนาดเล็ก โคจรที่ความสูงประมาณ 705 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก สามารถตรวจจับรังสีความร้อนจากเปลวไฟ (อุณหภูมิสูงกว่า 800 องศาเซลเซียส) บนพื้นผิวโลกด้วยเซนเซอร์ที่ติดตั้งบนดาวเทียมชื่อว่า Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer หรือเรียกสั้นๆว่า MODIS (โมดิส) จากนั้นใช้เวลาประมวลผลเพียง 3 ชั่วโมง ข้อมูลจุดความร้อน (Hot Spot) ก็ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ด้วยรายละเอียด 1 กิโลเมตร (1 พิกเซลของภาพมีขนาดเท่ากับ 1 ตารางกิโลเมตรบนพื้นโลกจริง) ก็พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เพื่อการวางแผนจัดการไฟป่าและเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ประกอบกับแนวความกว้างภาพถ่ายประมาณ 2,330 กิโลเมตร หรือประมาณระยะทางจากกรุงเทพฯถึงกรุงมะนิลา เมืองหลวงประเทศฟิลิปินส์(วัดเป็นเส้นตรง) ไม่ว่าจะเกิดไฟไหม้ ณ มุนไหนของประเทศก็ไม่รอดพ้นดวงตาจากอวกาศนี้ไปได้
.
แต่ถ้าหากในกรณีที่เกิดไฟป่าเพียง 1 จุด หรือมากกว่า 1 จุด ภายในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร (หรือขนาด 1 พิกเซลของภาพถ่ายจากดาวเทียม Terra หรือ Aqua ระบบก็จะคำนวณรวมให้เป็น 1 จุดความร้อน (Hot Spot) เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้สามารถตรวจจับจุดความร้อนที่มีขนาดเล็กก่อนจะลุกลามกลายเป็นกลุ่มไฟขนาดใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าจึงได้พัฒนาเซนเซอร์ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) ติดตั้งบนดาวเทียม Suomi National Polar-orbiting Partnership (SoumiNPP) ที่ตรวจวัดรังสีความร้อนได้เช่นเดียวกับเซนเซอร์ MODIS แต่มีขนาดจุดภาพที่ดีกว่า คือ 357 เมตร (1 พิกเซลของภาพมีขนาดเท่ากับ 357 เมตร x 357 เมตรบนพื้นโลกจริง) และมีความกว้างภาพถ่าย 3,060 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมได้มากกว่าเซนเซอร์ MODIS
.
นอกจากแผนที่จุดความร้อนสะสม แล้วภายในลิงค์ดังกล่าว (http://fire.gistda.or.th/download.html) จิสด้ายังวิเคราะห์และเผยแพร่แผนที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) และไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) แผนที่พื้นที่เผาไม้ และแผนที่หมอกควันและทิศทางลม ทั้งปัจจุบันและย้อนหลัง ไว้เป็นข้อมูลให้ประชาชนคนไทยได้เตรียมรับมือ
.
จะเห็นได้ว่าภาครัฐตระหนักถึงผลกระทบจากปัญหาไฟป่าเป็นอย่างดี มีการพัฒนาปรับปรุงทั้งกระบวนการและกลไกการจัดการปัญหา โดยเฉพาะแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวกับไฟป่าเพื่อสร้างความเข้าใจและการรับมือกับปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าปัญหาไฟป่าเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทุกคนต้องช่วยกัน ลำพังเพียงภาครัฐไม่สามารถจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างเบ็ดเสร็จ ความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในสังคมจะเป็นกลไลที่สำคัญที่สุดในการรับมือปัญหาไฟป่าในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงนี้
.
“ตา(จาก)อวกาศ” จะทำหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ไฟไหม้ในภาพรวมเมื่อโคจรผ่านประเทศเรา ... “ตา(จาก)ฟ้า”หรือข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ จะทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์ในรายละเอียด ... และ “ตา(บน)ดิน” จะทำหน้าที่คอยดูแลและรายงานตำแหน่งไฟไหม้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดฤดูกาลไฟป่า เมื่อทุกภาคส่วนทำงานสอดคล้องกันและให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของชุดข้อมูลเดียวกันก็จะนำมาซึ่งความเข้าใจที่ตรงกัน แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ความร่วมมือร่วมแรงกัน จะทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์และผ่านพ้นปัญหานี้ไปด้วยกัน
.
1 *อ้างอิงจาก เว็บไซต์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
2 **อ้างอิงจาก เว็บไซต์ fire.gistda.or.th จิสด้า
3 “Wildfires Can't Hide from Earth Observing Satellites” from https://earthdata.nasa.gov/

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA #ไฟป่า #HOTSPOT

Tags: