• ภาษาไทย
  • English

Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization):GISTDA

GISTDA To be Value based Organization in Geo-space Intelligence Deliveries by 2020

อวกาศ…เพื่อปากท้องของคนไทย

อวกาศ…เพื่อปากท้องของคนไทย

323_photopost.png

“อวกาศ” หลายคนอาจจะมองเห็นเป็นภาพที่เป็นตัวแทนแห่งความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ทั้งบนภาคพื้นดินและในห้วงอวกาศ เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้รวมตัวพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่รู้หรือไม่ว่าการดำเนินการกิจการอวกาศของไทยในมิติของการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ปรากฏเป็นภาพในหลากหลายมิติเช่นกัน แต่ทุกภาพมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น”

ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2514 ประเทศไทยได้เข้าร่วมโครงการอวกาศอย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ NASA ERTS-1 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของโลก ภายใต้ความรับผิดชอบโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ต่อมาหลังจากนั้นอีก 11 ปี คือ ในปีพ.ศ. 2525 ได้มีการจัดตั้งสถานีรับสัญญาณดาวเทียมขึ้นที่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร นับเป็นสถานีรับแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต่อมาด้วยรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ การพัฒนาข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) รวมถึงการสร้างนวัตกรรมอวกาศเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นหลัก จึงได้จัดตั้ง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ขึ้นมาในปีพ.ศ. 2543 และอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ในปี พ.ศ. 2555 เพื่อผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศเพื่อการพัฒนาประเทศให้มากขึ้น รวมถึงเป็นพื้นที่ให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมอวกาศในประเทศไทย

ทุกสิ่งล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงความสำเร็จของการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทยในยุคแรกเริ่ม ตามขีดข้อจำกัดและเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงแก่ประชาชนคนไทย จากในยุคที่ไม่มีใครรู้ว่าภาพถ่ายจากดาวเทียมคืออะไร ยุคที่การวิเคราะห์ภาพดาวเทียมแค่หนึ่งภาพแต่ต้องใช้เวลานานร่วมสัปดาห์ หรือยุคแห่งการสร้างคุณค่าให้คนไทยได้เห็นถึงความสำคัญของอวกาศ จนกระทั่งปัจจุบันมีการนำไปใช้ที่หลากหลาย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว

การลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การจัดการป่าไม้ คำแนะนำการเพาะปลูกจากการติดตามภาพรวมทั้งประเทศผ่านภาพถ่ายจากดาวเทียม การคลี่คลายความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย และการรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียมเพื่อตรวจสอบไฟป่ารายวัน ล้วนจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อสร้างความเข้าใจจนเป็นที่ยอมรับและนำไปปรับใช้แก้ไขปัญหาของชาวบ้าน โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐและองค์กรพัฒนาสังคมต่างๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยมาโดยตลอด จนเห็นเป็นประจักษ์เฉกเช่นทุกวันนี้ 

คุณค่าจากอวกาศเมื่อเป็นที่ยอมรับ จึงนำไปสู่การสร้างความยั่งยืน โดยการบรรจุองค์ความรู้ดังกล่าวสู่ภาคการศึกษาทั้งในระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย ตลอดจนประชาชนทั่วไปผ่าน  Space Inspirium และกิจกรรมต่างๆ เพื่อสานต่อองค์ความรู้ที่สั่งสมมาตลอดครึ่งทศวรรษสู่คนรุ่นใหม่  เปิดโอกาสให้ร่วมพัฒนาต่อยอดแนวความคิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและสร้างเทคโนโลยีใหม่จากฝีมือของคนไทยตามแผนพัฒนาที่ได้วางไว้

ทั้งหมดนี้คือยุคบุกเบิกที่เน้นในเรื่องของการสร้างให้คนไทยเห็นถึงคุณค่าความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศ เมื่อเกิดการยอมรับและเชื่อถือในวงกว้าง สิ่งที่ตามมาก็คือยุคแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีการสำรวจจากอวกาศด้วยฝีมือคนไทยเอง ผ่านโครงการธีออส 2 ที่ครอบคลุมทั้งการสร้างดาวเทียมที่ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม สร้างคนไทยให้สร้างดาวเทียมได้เอง สร้างระบบอัจริยะในการวิเคราะห์ข้อมูล สร้างกระบวนความคิดที่เป็นระบบ และสร้างสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการพัฒนาด้วยคนไทยในอนาคต

แม้ว่าโครงการธีออส-2 จะเน้นการลงทุนสร้างในกลุ่มต้นน้ำของเทคโนโลยีการสำรวจด้วยอวกาศของประเทศไทย แต่วัตถุประสงค์ที่สำคัญที่สุดของโครงการคือการทำให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่การช่วยเหลือทางตรง แต่ผลผลิตจากโครงการจะช่วยส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในทางอ้อมต่อไปภายภาคหน้าเฉกเช่นเดียวกับที่เคยเป็นมา

นอกจากการสร้างคุณค่าเพื่อคนไทยแล้ว จากประสบการณ์กว่าครึ่งทศวรรษของไทยในด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อการสำรวจและพัฒนาประเทศ ทำให้ไทยมีบทบาทสำคัญในเวทีระดับโลกหลายเวทีซึ่งเป็นส่วนสำคัญในโครงการต่างๆขององค์การสหประชาชาติเพื่อการพัฒนากลุ่มประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิค ร่วมมือกับองค์การอวกาศจากต่างประเทศเพื่อการพัฒนาบุคลากรในภูมิภาคอาเซียนมาโดยตลอด รวมถึงความร่วมมือกับประเทศเจ้าของเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษา ด้านภูมิสารสนเทศในระดับปริญญาโท และความร่วมมืออื่นๆอีกมากมาย นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงการยอมรับในระดับนานาชาติต่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศในประเทศไทย

หากแต่ทว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายมิติที่การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของบ้านเราที่ยังไปไม่ถึง แน่นอนว่าลำพังเพียงภาครัฐไม่สามารถจะทำให้ทุกอย่างเป็นจริง ในฐานะที่ทุกคนเป็นเจ้าของประเทศและรวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ เราจึงจำเป็นต้องร่วมมือกัน ใช้ความสามารถหรือทักษะที่ตนมี มุ่งเน้นการร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชนคนไทยเป็นสำคัญ อันจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและคนไทยอย่างแท้จริง