• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

นำคุณค่าจากอวกาศเพื่อพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน

จิสด้าจับมือกรมป่าไม้พัฒนา “พิทักษ์ไพร” เพิ่มประสิทธิภาพปกป้องพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ

จิสด้าจับมือกรมป่าไม้พัฒนา “พิทักษ์ไพร” เพิ่มประสิทธิภาพปกป้องพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมป่าไม้ จับมือพัฒนาระบบปฏิบัติการค้นหาพื้นที่บุกรุกด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือ “พิทักษ์ไพร” ที่มีประสิทธิภาพการติดตามพื้นที่บุกรุกป่าไม้ของประเทศ

ผสทอภ. กล่าวว่า จิสด้ามีภารกิจหลักในการให้บริการข้อมูลจากดาวเทียมหลากหลายความละเอียด ทั้งดาวเทียมของไทยและดาวเทียมของเครือข่ายต่างประเทศ  ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมสามารถถ่ายภาพได้เป็นบริเวณกว้าง มีความเป็นปัจจุบัน และช่วยให้หน่วยงานประหยัดงบประมาณ เวลา และกำลังพลในการเข้าไปสำรวจในพื้นที่ อีกทั้ง เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติ ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียมสามารถนำมาใช้สนับสนุนภารกิจของกรมป่าไม้ ในการบริหารจัดการและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำฐานข้อมูล รวมถึงการติดตามพื้นที่บุกรุกป่าไม้ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยความสำคัญของข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ทำให้กรมป่าไม้ได้เล็งเห็นประโยชน์ ที่จะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาการเข้าลาดตระเวนเพื่อสอดส่องและติดตามพื้นที่บุกรุกป่าของเจ้าหน้าที่ จึงได้ร่วมมือกับจิสด้า พัฒนาระบบปฏิบัติการค้นหาพื้นที่บุกรุกด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า ระบบพิทักษ์ไพร ซึ่งเป็นระบบสนับสนุนการบริหารจัดการและการแจ้งเตือนการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์เคลื่อนที่บนระบบ IOS และ Android รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามเฝ้าระวังและรักษาป่าไม้ของประเทศ

ทางด้านระบบพิทักษ์ไพร จะแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก จิสด้าจะวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม 2 ช่วงเวลา คือ ก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าไม้ เพื่อกำหนดให้เป็นจุดต้องสงสัยบุกรุกป่า หรือ การแจ้งเบาะแสจากประชาชน และส่งไปให้กรมป่าไม้ ซึ่งจะทำหน้าที่ในส่วนที่สอง คือ การลงไปตรวจสอบและยืนยันในพื้นที่ ตลอดจนสามารถเข้าดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ซึ่งระบบพิทักษ์ไพร มีระบบนำทางจากตำแหน่งปัจจุบันของเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ตามหน่วยป้องกันรักษาป่า จำนวน 395 หน่วยทั่วประเทศ ให้เข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ป่าให้ขยายเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนการมีส่วนร่วมแสดงข้อคิดเห็นของพื้นที่เป้าหมายจากเจ้าหน้าที่ ผู้บังคับบัญชา และผู้บริหาร เพื่อใช้ประกอบในการวางแผนและตัดสินใจพื้นที่บุกรุกป่า การแสดงข้อมูลสถิติของจุดบุกรุกสะสมและสถานะการดำเนินงานของหน่วยป้องกันในพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตลอดจนการจัดพิมพ์แผนที่และรายงานพื้นที่บุกรุกตามพื้นที่รับผิดชอบ และในปัจจุบัน ระบบพิทักษ์ไพร สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เป้าหมายจากการแจ้งเตือน และมีระบบนำทางในการเข้าไปในพื้นที่อย่างถูกต้องและแม่นยำ เมื่อพบการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าไม้ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว