• ภาษาไทย
  • English

จิสด้าร่วมกับ กฟผ. ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

จิสด้าร่วมกับ กฟผ. ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

      วันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2561 ณ ห้องประชุม 201 อาคารสำนักผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ ในโครงการ “การประเมินศักยภาพเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนชีวมวลของ กฟผ. มุ่งใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจำแนกชนิดของเชื้อเพลิงชีวมวลตามฤดูกาล และสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของประเทศ

      รองผู้อำนวยการจิสด้า กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจิสด้า และ กฟผ. ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศในการเพิ่มศักยภาพพลังงานหมุนเวียนชีวมวล โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องและแม่นยำ ที่จะสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อสนับสนุนการทำงานของ กฟผ. ให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
      นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้ยังสามารถนำมาวิเคราะห์ในการหาพืชเชื้อเพลิง จำพวกไม้ยางพารา กระถิน ยูคาลิปตัส อะเคเชีย สนประดิพัทธ์ เหง้ามันสำปะหลัง หรือพืชอื่นๆ บริเวณจังหวัดเลยและพื้นที่ใกล้เคียง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและการเลือกพื้นที่ตั้งในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนชีวมวลได้อีกด้วยและการพัฒนาพื้นที่ตั้งในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนชีวมวลต่อไป
      ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจ กฟผ. กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องมาจาก กฟผ. มีแผนงานจัดตั้งศูนย์ข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้า รวมทั้งแผนพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายใน กฟผ. ซึ่งการดำเนินงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการส่งเสริมการใช้งานด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในกิจการต่าง ๆ ร่วมกัน เราจึงได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศภายใต้โครงการ “การประเมินศักยภาพเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนชีวมวลของ กฟผ.” ในพื้นที่ จ. เลย และพื้นที่ใกล้เคียง
นายศุภผล รัตนากร กล่าวต่อไปอีกว่า ประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกันเมื่อมีการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ และบันทึกความร่วมมือฯ คือ เพื่อให้ชุมชนและสังคมได้รับทราบผลการดำเนินงานของ กฟผ. ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานของรัฐและประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ของสองหน่วยงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในภาพรวมด้วย

Tags: