• ภาษาไทย
  • English

จิสด้า ร่วมกับ สวทช. นำทีมนักวิจัยไทยด้านอวกาศกลุ่ม SRE เข้าเยี่ยมชม Technology and Engineering Center for Space Utilization (CSU)

จิสด้า ร่วมกับ สวทช. นำทีมนักวิจัยไทยด้านอวกาศกลุ่ม SRE เข้าเยี่ยมชม Technology and Engineering Center for Space Utilization (CSU)

วันที่ 3 เมษายน 2561
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. นำทีมนักวิจัยไทยด้านอวกาศกลุ่ม SRE (Space Science Research Experiment & Exploration) ซึ่งผ่านการคัดเลือกข้อเสนอการทดลองในอวกาศ ในโครงการอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง (National Space Exploration, NSE)  เข้าเยี่ยมชม Technology and Engineering Center for Space Utilization (CSU) ภายใต้ Chinese Academy of Sciences (CAS) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านงานวิจัยด้านอวกาศของประเทศจีน มีภารกิจในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อวกาศและเตรียมการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อที่จะส่งขึ้นไปดำเนินการบนสถานีอวกาศเทียนกง 2 ภายในปีค.ศ. 2020

ในการประชุมนี้นักวิจัยด้านอวกาศกลุ่ม SRE ได้นำเสนอข้อเสนองานวิจัยในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งในสภาพแวดล้อมนี้จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถพบได้บนพื้นโลก ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยด้านการสร้างผลึกโปรตีนบนสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งจะทำให้ได้โปรตีนที่มีโครงสร้างสมบูรณ์และนำไปสู่การพัฒนายาต้านโรคมาลาเรีย การพัฒนาอาหารไทยสำหรับนักบินอวกาศ การวิจัยด้านการปลูกพืชประเภทมันฝรั่งบนสถานีอวกาศ และการสร้างเครื่องพิมพ์สามมิติสำหรับผสมและสร้างอาหารที่มีคุณลักษณะทางโภชนาการที่ต้องการในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งนักวิจัยจากศูนย์วิจัยด้านอวกาศ CSU ได้แสดงความสนใจที่ทำการร่วมวิจัย แบ่งปันความรู้ด้านการทดลองอวกาศ อุปกรณ์สำหรับเตรียมการทดลองและการทดสอบชุดทดลอง

การประชุมครั้งนี้ได้มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ไทย-จีน ในการดำเนินการด้านอวกาศ ทั้งด้านการทดลอง การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ การฝึกนักบินอวกาศ และการสำรวจอวกาศอย่างเป็นทางการ

การเริ่มต้นสร้างพื้นฐานที่มั่นคงจากงานวิจัยเหล่านี้ สามารถนำไปสู่องค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ พัฒนาเป็นนวัตกรรมจากอวกาศซึ่งสามารถนำไปสู่การเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชาวไทยสามารถเข้าถึงอวกาศ และความร่วมมือระดับนานาชาตินี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเกิดการเติบโตมากขึ้นต่อไป