• ภาษาไทย
  • English

ประชาคมอวกาศไทยพบนักบินอวกาศนาซา

ประชาคมอวกาศไทยพบนักบินอวกาศนาซา

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดกิจกรรม "ประชาคม Thailand Space Consortium พบนักบินอวกาศ Dr. Albert Sacco: Experience Sharing on Earth and Space Science" เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น องค์ความรู้ ประสบการณ์ และวิทยาการต่าง ๆ กับนักบินอวกาศสหรัฐอเมริกา และนักวิจัยระดับโลก เพื่อประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย
กิจกรรมดังกล่าว มี Prof. Dr. Albert Sacco นักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา และ ศ. ดร.เมธี เวชารัตนา จากสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada – ATPAC) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยมี ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เป็นผู้ดำเนินรายการ
การพูดคุยมีเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติและประสบการณ์การเข้าร่วมเป็นนักบินอวกาศของนาซา ความสำคัญของ Earth Space Science การเข้าไปมีส่วนร่วมใน Space Science Program และงานวิจัยที่สำคัญในอนาคตข้างหน้า
นายปพน สุสิกขโกศล ตัวแทนสมาคมยุวชนอวกาศไทย ได้ใช้โอกาสนี้ในการถาม Prof. Dr. Albert Sacco ว่า “เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เยาวชนสนใจในเรื่องอวกาศมากยิ่งขึ้น?” ซึ่งนักบินอวกาศของนาซ่าตอบว่า “โดยส่วนตัว ผมสนใจเข้ามาเป็นนักบินอวกาศ เพราะเห็นว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้ เช่น หนึ่งในการทดลองที่ผมได้ทำในอวกาศ ได้รับการนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างยาต้านเชื้อ HIV ซึ่งช่วยชีวิตคนได้เป็นล้าน ๆ คนดังนั้น ถ้าคุณอยากให้คนรุ่นเดียวกับคุณสนใจด้านอวกาศมากขึ้น คุณอาจจะสื่อสารให้พวกเขาเห็นว่าการเข้ามาทำงานในด้านอวกาศนั้น สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศและโลกใบนี้ ไปในทางที่ดีขึ้นได้”
นอกจากนี้ ดช.กันตพิสิฐ ลิ้มศุภพุฒิกุล จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยชลบุรี และเป็นตัวแทนนักเรียนทุนการค้นพบนักบินอวกาศไทยปี 3 ได้ถามว่า “อะไรทำให้กล้าที่จะเสี่ยงไปอวกาศ?” นักบินอวกาศของนาซ่าตอบว่า “ผมไม่ได้มองตัวผมว่าเป็นผม ผมมองตัวเองเป็นนักวิจัย ที่หากวิจัยที่ทำบนอวกาศสำเร็จ ผมก็จะสามารถช่วยคนได้หลายล้านคนบนโลก” การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในอวกาศ รวมทั้งคำถาม-คำตอบในกิจกรรมครั้งนี้ ล้วนมีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและผลักดันวงการอวกาศของไทยต่อไปในอนาคต