• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

ความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้

ความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้

324_photopost.jpg

 

สายฝนชุ่มฉ่ำ นำชีวิตชีวาและความสดชื่นกลับมาสู่ผืนแผ่นดินอีกครั้ง โดยในปีนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้วตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและจะยาวไปจนถึงกลางเดือนตุลาคมเป็นประจำทุกปี ตามวิถีของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ แต่บางครั้งฝนที่มากเกินไปก็ทำให้เกิดน้ำท่วม นำมาพาความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมันก็เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกัน 

ธรรมชาติของน้ำย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ จากเขตภูเขาสู่พื้นที่ราบตามสายน้ำลำธารที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางตามทางน้ำมากจนเกินไป น้ำที่ระบายไม่ทันก็ย่อมต้องหาทางไหลไปทางอื่น ซึ่งก็ไม่พ้นการไหลผ่านพื้นที่ทำมาหากินและบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน และนั่นก็นำมาสู่ปัญหา “น้ำท่วม”

ในพื้นที่ที่มีความชัน ความเร็วของน้ำจะเพิ่มขึ้น พลังการทำลายล้างก็ยิ่งสูงไปด้วย เช่น เหตุการณ์น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่มเข้าทำลายหมู่บ้านที่อยู่ตามเชิงเขา ส่วนในพื้นที่ราบโดยเฉพาะในที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำ น้ำท่วมทีไรกินเวลานานนับสัปดาห์ถึงเป็นเดือน เช่น น้ำท่วมตามลำน้ำชีในภาคอีสานเมื่อปี พ.ศ.2562 แม้รูปแบบของภัยจากน้ำจะแตกต่างกันไปตามลักษณะพื้นที่ แต่ทุกรูปแบบล้วนสร้างความเสียหายเช่นเดียวกัน

ด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ประกอบกับข้อมูลอัพเดทล่าสุดที่ได้มาจากดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลปริมาณน้ำฝน ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก และข้อมูลสิ่งกีดขวางทางน้ำ เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกันด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS จะทำให้เรามีความเข้าใจธรรมชาติของน้ำทั้งระบบมากขึ้น เนื่องจากทุกพื้นที่ไม่ว่าจะสูงจะต่ำล้วนมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

ความเข้าใจดังกล่าวนำไปสู่มาตราการป้องกันความเสียหาย การแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนได้ทราบในสิ่งที่ควรปฎิบัติล่วงหน้า การคำนวณปริมาณน้ำรวมไปถึงพื้นที่รับน้ำในแต่ละพื้นที่เพื่อการกักเก็บหรือเตรียมแผนในการผันน้ำไปทิศทางอื่น และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำไหลต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมามาตราการดังกล่าวก็ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะแค่เพียงมีข้อมูล แต่เป็นเพราะความร่วมไม้ร่วมมือจากทั้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทุกภาคส่วนและพี่น้องประชาชน

แต่หลายครั้งเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงเกินกว่าที่คิด ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องด้วยปัจจัยทางสภาพอากาศที่เกินจะควบคุม ด้วยความพร้อมของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การวิเคราะห์สถานะการณ์น้ำท่วมเพื่อการเข้าช่วยเหลือสามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจำนวนดาวเทียมที่เพิ่มรอบความถี่ในการถ่ายภาพมากขึ้น จำนวนเซนเซอร์ที่ใช้ถ่ายภาพที่มากขึ้น โดยเฉพาะโดรนที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงพื้นที่มาร่วมประเมินสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เข้าช่วยเหลือได้ทันการณ์

การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ปรากฏบนข้อมูลภูมิสารสนเทศ ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด ย่อมทำให้ปัญหานั้นคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว และรวมไปถึงการเยียวยาพี่น้องประชาชนระหว่างน้ำท่วมหรือหลังน้ำลด ทำให้ช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มตรงเป้าหมาย ตรงกลุ่มผู้เสียหายอย่างแท้จริง โดยการนำข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมที่ได้จากดาวเทียม มาซ้อนทับกับฐานข้อมูลที่ตั้งอาคารบ้านเรือน หมู่บ้าน ที่ดินทำกิน สาธารณูปโภคต่างๆ เป็นต้น

ในยามเมื่อหลังน้ำลด ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมที่ได้มาจากดาวเทียมก็ยังมีคุณค่าในเชิงสถิติ เป็นพื้นที่ข้อมูลน้ำท่วมรายปีที่สามารถบ่งบอกถึงพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากเมื่อนำไปซ้อนทับกับปีอื่นๆก่อนหน้านี้ ทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อน้ำท่วม เป็นประโยชน์ต่ออีกหลายภาคส่วนต่อไป อาทิเช่น การพัฒนาชุมชน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การซื้อขายที่ดิน เป็นต้น

แม้ว่านับจากวันนี้ไปอีก 1-2 สัปดาห์ ประเทศไทยยังโชคดีที่ไม่มีข่าวพายุอันจะก่อให้เกิดปริมาณฝนจำนวนมากจนเกิดน้ำท่วมเฉกเช่นเดียวกันเหตุการณ์น้ำท่วมภาคอีสานเมื่อปีที่ผ่านมา แต่เราก็ไม่ควรประมาทโดยเฉพาะในพื้นที่เชิงเขามีลำน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มตามลำน้ำใหญ่ๆ คอยฟังคำเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด อีกทั้งสามารถตรวจสอบพื้นที่น้ำท่วมได้ทาง http://flood.gistda.or.th/ เพื่อลดความเสียหายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยความเข้าใจ