• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

อวกาศคือขุมพลังแห่งความรู้ที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ

อวกาศคือขุมพลังแห่งความรู้ที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติ

wkaaskhumphlangaehngkhwaamruu.jpg

 

   “เทคโนโลยีอวกาศ” อาจเป็นคำที่ดูห่างไกลจากชีวิตประจำวันของเรา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะสงสัยว่า ทำไมประเทศของเราต้องลงทุนเป็นหลักพันล้านเพื่อส่งกล่องเหล็กกล่องหนึ่งออกไปโคจรอยู่รอบโลก พวกเราคนไทยทุกคนจะได้อะไรจากโครงการลักษณะนี้ ? และทำไมประเทศของเราจึงไม่นำเงินลงทุนส่วนนี้มาทำเรื่องที่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของเรามากกว่า เช่น ลงทุนสร้างถนนหนทาง หรือสาธารณูปโภคต่างๆ การจะหาคำตอบของเรื่องนี้ เราต้องกลับมาพิจารณาดูให้ดีว่า “กล่องเหล็ก” ที่ออกไปลอยอยู่ในอวกาศสูงจากพื้นโลกกว่าพันกิโลเมตรนี้ มันสัมพันธ์กับชีวิตพวกเราอย่างไร?

   เมื่อพิจารณาในรายละเอียดชีวิตประจำวันของพวกเราจะพบว่า เราต่างกำลังใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศโดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งเรื่องการคมนาคมขนส่ง อุตุนิยมวิทยา และภูมิสารสนเทศ ประโยชน์จากกล่องเหล็กที่เรียกว่า “ดาวเทียม” ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ทำให้เราสะดวกสบายขึ้นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่องความปลอดภัย และการช่วยเหลือจากภัยพิบัติต่างๆ ที่นับวันสิ่งเหล่านี้ยิ่งทวีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น

   ดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา ทำหน้าที่สำคัญให้กับประเทศไทยในการเก็บข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การเกษตร ภัยพิบัติ ทรัพยากรธรรมชาติ ความมั่นคงของรัฐและสังคม ตลอดจนการจัดการพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เมื่อข้อมูลเหล่านี้ ถูกจัดเก็บ และผลิต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ข้อมูลจากดาวเทียมจึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ “การตัดสินใจ” และ “การบริหารเชิงพื้นที่” ของทุกภาคส่วนในสังคม

…. แล้วตัวเรา ? ที่เป็นเพียงหนึ่งหน่วยเล็กๆของสังคม จะได้ประโยชน์อะไรจากดาวเทียมนี้บ้าง เราจะลองมาพิจารณา โอกาส ที่จะเกิดขึ้นจากดาวเทียมนี้กัน

   ความรู้ที่ได้จาก “อวกาศ” เป็น “โอกาส” ของคนไทยทุกคน… เกษตรกรสามารถนำข้อมูลภูมิสารสนเทศไปใช้ในการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมให้เกิดความคุ้มค่าและสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรม หรือธุรกิจ Start up ขนาดเล็กก็สามารถนำข้อมูลภูมิสารสนเทศจากดาวเทียมกว่า 30 ดวงทั่วโลกมาประกอบการตัดสินใจที่สำคัญได้เช่นกัน ธุรกิจที่มีข้อมูลมากกว่า หลากหลาย รวดเร็ว และเชื่อถือได้ย่อมได้เปรียบในการแข่งขันกับตลาดโลก

   หากมองในมุมที่เล็กลงมาอีก ในชีวิตประจำวันของเรา ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมยังจำเป็นต่อการช่วยเหลือ กู้ภัย และป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อคุณภาพชีวิตของพวกเราและลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต ตัวอย่างเช่น ปฏิบัติการช่วยเหลือสมาชิกหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน เมื่อปี 2561 ข้อมูลภูมิสารสนเทศทั้งทางธรณีวิทยา อุทกศาสตร์ และอื่นๆ ที่นำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ได้ถูกประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย ช่วยเหลือในสิ่งที่มนุษย์หรืออุปกรณ์ในภาคพื้นดินไม่สามารถทำได้ ข้อมูลที่รวดเร็ว หลากหลาย เชื่อถือได้ และง่ายต่อการนำไปใช้จึงเป็น “ความไว้วางใจ” ของพวกเราในการเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้

   หัวใจของเทคโนโลยีอวกาศที่แท้จริงจึงเป็นการส่งต่อคุณค่าจากอวกาศ มาสู่แผ่นดินและมนุษย์ เทคโนโลยีอวกาศจึงไม่ใช่แค่เรื่องของ “ดาวเทียม” เท่านั้น แต่จะต้องเป็นระบบที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการผลิตและวิเคราะห์ภาพถ่าย การนำมาประยุกต์ตามความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงการผลักดันและส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตามภารกิจหลักของประเทศ อาจจะกล่าวโดยง่ายว่า การส่งดาวเทียมขึ้นไปในอวกาศนั้นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่การเคลื่อนข้อมูลที่มีคุณค่ามหาศาลให้มาถึงมือคนไทยได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง นั้นสำคัญยิ่งกว่า และนั่นจึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของเราครับ

   ดาวเทียมไทยโชต หรือธีออส-1 (THEOS-1) ได้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมให้กับคนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และกำลังจะหมดอายุการใช้งานในไม่ช้านี้ นี้ และ THEOS-2 กำลังได้รับการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสานต่อภารกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศให้กับประเทศต่อไป
ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงธีออส-2 (THEOS-2) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของดาวเทียมอีกต่อไป แต่สิ่งนี้คือ “ระบบ” สำคัญที่จะเชื่อมโยงขุมพลังแห่งความรู้ที่สำคัญที่สุดของมนุษยชาติจากอวกาศ มาสู่พี่น้องคนไทยทุกคน

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20
#จิสด้า
#GISTDA
#Spacetechnology

Tags: