• ภาษาไทย
  • English

GISTDA จับมือ กรมทรัพยากรน้ำ ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจัดการน้ำและภัยพิบัติ

GISTDA จับมือ กรมทรัพยากรน้ำ ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจัดการน้ำและภัยพิบัติ

GISTDA จับมือ กรมทรัพยากรน้ำ ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศจัดการน้ำและภัยพิบัติ

เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน 2563 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA จับมือกับ กรมทรัพยากรน้ำ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 9 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร 

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลภูมิสารสนเทศและข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ รวมไปถึงองค์ความรู้ต่างๆ โดยร่วมกันศึกษา วิจัย วิเคราะห์ศักยภาพของแหล่งน้ำ พัฒนา และส่งเสริมงานวิจัยด้านน้ำ และภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อการคาดการณ์และร่วมจัดทำแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรสู่การพัฒนาประเทศในภาพรวม ตลอดจนการร่วมกันพัฒนาบุคลากร พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ GISTDA และ กรมทรัพยากรน้ำ ได้มีการดำเนินงานกันมาอย่างต่อเนื่องในการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำร่วมกัน เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานจนนำไปสู่การกำหนดนโยบายด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การออกแบบการกำหนดอุปสงค์และอุปทานของการใช้น้ำในภาคประชาชนในภาพรวมของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ร่วมกันศึกษา วิจัย คาดการณ์ภัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับน้ำ อาทิ อุทกภัย ภัยแล้ง ได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจนเกิดความสมดุล มั่นคง ยั่งยืน ถือเป็นการร่วมมือกันในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

ทางด้านนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ภายใต้นโยบายการบริหารจัดการน้ำของ รัฐมนตรีฯวราวุธ ศิลปะอาชา ที่ต้องการแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีความมั่นคง ยั่งยืน บนพื้นฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมมือกับทาง GISTDA โครงการและภารกิจที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ไปทั้ง 2 หน่วยงานจะพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำต้นทุนให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำและนำไปสู่นโยบายด้านน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อไป