• ภาษาไทย
  • English

เตรียมเปิดอาคารศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร แหล่งบ่มเพาะนักวิจัยด้านภูมิสารสนเทศระดับนานาชาติ

เตรียมเปิดอาคารศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร แหล่งบ่มเพาะนักวิจัยด้านภูมิสารสนเทศระดับนานาชาติ

ชลบุรี/ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) และ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สทอภ. เข้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีอวกาศและติดตามการเตรียมการพิธีเปิดอาคารศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร (สภ.) ในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาฯ โปรดเกล้าฯ เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดอาคารศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร อย่างเป็นทางการ ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ภายหลังจาก คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งราชอาณาจักรไทย ในการจัดตั้ง ศูนย์สิรินธรระหว่างประเทศด้านภูมิสารสนเทศ  เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย โดยมี สทอภ. เป็นหน่วยงานหลักฝ่ายไทย และสถาบันสารสนเทศวิศวกรรมการสำรวจการทำแผนที่และภูมิสารสนเทศ มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นเป็นหน่วยงานดำเนินการฝ่ายจีน โดยอาคารศูนย์ภูมิสิรินธรตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ หรือ SKP (Space Krenovation Park)

“ศูนย์ฯ ดังกล่าวจัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยการฝีกอบรม การศึกษา การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งการบูรณาการทรัพยากรทั้ง บุคลากร อุปกรณ์และเครื่องมือ ตลอดจนการเชื่อมโยงและพัฒนาเครือข่าย ข้อมูลความรู้ แลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ ทางด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาในภูมิภาคให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของ สทอภ. ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไปสู่ระดับสากล” ดร.พิเชฐ กล่าว
ด้าน รศ.ดร.สมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร สทอภ. กล่าวว่า อาคารศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร ดำเนินการก่อสร้างแล้วเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2558 โดยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้ของ สทอภ. จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและถ่ายทอดความรู้ด้านภูมิสารสนเทศระหว่างประเทศหรือระดับภูมิภาค เพื่อรองรับความก้าวหน้าของการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในอนาคต ในด้านต่างๆ ได้แก่ 1. สร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา เอกชน ให้มีขีดความสามารถเป็นบุคลากรพร้อมใช้ พึ่งพาตนเองและแข่งขันได้ โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ผ่านกิจกรรมต่างๆได้แก่ การจัดฝึกอบรม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การประกวดแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพต่างๆ 2. ส่งเสริม สนับสนุน และสร้างความตระหนักด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป 3. ได้ผลลัพธ์จากการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้และวิทยาการใหม่ๆ 4. มีเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การวิจัยและการพัฒนาองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับพื้นที่อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ หรือ SKP ถือเป็นศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรม จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และระบบนวัตกรรมของประเทศ (National ST & I Infrastructure) เพื่อรองรับการพัฒนาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้สังคมสามารถตอบสนองกับกระแสโลกาภิวัฒน์ที่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาต่อยอด วิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองทั้งด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสำรวจโลกและการประยุกต์ใช้ประโยชน์ บนฐานของความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนากับสถาบันการศึกษา ทั้งในต่างประเทศภาคอุตสาหกรรมและชุมชน 2) เพื่อสถานะในการพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในเชิงพาณิชย์ ให้ขยายไปยังภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในระดับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของการพัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน และ 3) เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สู่ภาคอุตสาหกรรม และภาคการศึกษา โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและระบบนวัตกรรมของอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศเป็นพื้นฐานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อต่อยอดทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) และสร้างบุคคลากรที่มีความรู้และทักษะ (Knowledge & Skill Worker) ด้วยเทคโนโลยีระดับสูงในระดับภูมิภาคอาเซียน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  
โทร.02-141-4567
โทรสาร.02-143-9594
E-mail: pr.gistda@gmail.com