ประชาสัมพันธ์

20/12/2561 891
แชร์ :

ใช้ปัญญาประดิษฐ์บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล พร้อมดึงทุกหน่วยร่วมบูรณาการ

20 ธันวาคม 2561 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Marine GI Intelligence: Insightful Journey กับมิติใหม่ เพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรทางทะเล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ ถนนเพชรบุรี เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

   ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการจิสด้า กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการรักษาฐานทรัพยากรและคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยพื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจใกล้พื้นที่ชายฝั่ง และการท่องเที่ยวชายฝั่งนับเป็นรายได้หลักด้านหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจากการขยายตัวมากขึ้นเหล่านี้ ทำให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวหรือโลจิสติกส์ในพื้นที่ดังกล่าวที่จะเกิดตามขึ้นมาอย่างมากมาย

   จิสด้าได้ดำเนินโครงการติดตาม เตือนภัยมลพิษ และภัยพิบัติทางทะเล การติดตั้งระบบตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำในทะเลด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง หรือเรียกว่า “ระบบเรดาร์ชายฝั่ง” มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน มีการติดตั้งสถานีเรดาร์ชายฝั่งไปแล้วใน 13 จังหวัด กว่า 24 สถานี ประกอบด้วยบริเวณรอบอ่าวไทยจำนวน 22 สถานี และในพื้นที่ทะเลอันดามันที่จังหวัดกระบี่ จำนวน 2 สถานี มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลกระแสน้ำและคลื่นที่ได้จากระบบเรดาร์ชายฝั่ง มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจรครอบคลุมถึงทะเลและชายฝั่ง ซึ่งการใช้ประโยชน์ข้อมูลจากระบบเรดาร์ชายฝั่งในช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นการใช้ประโยชน์ข้อมูลในด้านสมุทรศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และมลพิษชายฝั่ง โดยปีที่ผ่านมาเริ่มขยายการรับรู้สู่ชุมชนมากขึ้น ดังนั้น การจัดสัมมนาในครั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการนำระบบเรดาร์ชายฝั่งไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศทางทะเลและชายฝั่งให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในด้านอื่นๆ อาทิ ด้านการท่องเที่ยว ด้านการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และด้านความมั่นคงของประเทศ

   ปัจจุบัน ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มากขึ้น เราได้มีการจัดเก็บข้อมูลจากการตรวจวัดกระแสน้ำและคลื่น รวมถึงข้อมูลจากเซ็นเซอร์ตรวจวัดลมและระบบแสดงตัวตนเรืออัตโนมัติ หรือAutomatic Identification System: AIS มาอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็น Big Data ซึ่ง ณ วันนี้ เราได้พัฒนาระบบจากฐานข้อมูลเหล่านี้ไปสู่ Machine Learning เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ คาดการณ์การเคลื่อนที่ของกระแสน้ำ วิเคราะห์พฤติกรรมของคลื่นและเรือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการทางทะเลอย่างชาญฉลาด หรือ Marine GI Intelligence ของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเชิงพื้นที่ เพื่อการสร้างความเชื่อมั่นทางด้านการท่องเที่ยวของทะเลและชายฝั่ง ทำให้ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ บนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผอ.จิสด้ากล่าว

แท็ก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ