การใช้อวกาศเพื่อปกป้องประชาชน สร้างโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐ คือบทบาทสำคัญของหน่วยงานอวกาศในมุมมองของ ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ที่ร่วมแลกเปลี่ยนใน Session “Heads of Space Agencies: Shaping the Future of the Global Space Economy” ภายในงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 11:15–12:15 น. ณ เวที Plenary
.
เวทีนี้มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ Enrico Palermo หัวหน้าหน่วยงาน Australian Space Agency (ASA), Dr. Marta Ewa Wachowicz ประธาน Polish Space Agency (POLSA), ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA และ Eric Morel de Westgaver ผู้อำนวยการด้าน Strategy, Legal and External Matters ของ European Space Agency (ESA) โดยมี Hermann Ludwig Moeller ผู้อำนวยการ European Space Policy Institute (ESPI) เป็นผู้ดำเนินรายการ
Moeller เปิดบทสนทนาด้วยคำถามถึงบทบาทของ Space Agency ในวันที่โลกเผชิญกับปัญหาหลากหลาย ทั้งความมั่นคงและ Geopolitics ที่ซับซ้อนขึ้น คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า หน่วยงานอวกาศจะนำศักยภาพของเทคโนโลยีมาช่วยรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ และสร้างคุณค่าให้กับประชาชนได้อย่างไร
.
ปกรณ์อธิบายบทบาทของ GISTDA ผ่านสามภารกิจสำคัญ ประการแรกคือการใช้เทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงดาวเทียม THEOS เพื่อสนับสนุนการรับมือภัยพิบัติ ปกป้องประชาชน และเสริมความมั่นคงให้กับประเทศ ประการที่สองคือการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ และประการที่สามคือการนำข้อมูลจากอวกาศมาเป็นเครื่องมือช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจได้ดีขึ้น มุมมองนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจอวกาศครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี และการนำข้อมูลหรือบริการจากอวกาศมาใช้แก้ปัญหาบนโลก
.
ด้าน Wachowicz ชี้ให้เห็นความสำคัญของ Space Situational Awareness หรือการติดตามและทำความเข้าใจสถานการณ์ในอวกาศ ซึ่งกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานอย่างดาวเทียมสื่อสาร หรือ Satcom ขณะเดียวกัน โปแลนด์ยังใช้โอกาสจากการเป็นสมาชิก ESA เพื่อผลักดันขีดความสามารถของประเทศ และมองหาโจทย์ที่อุตสาหกรรมภายในประเทศสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เช่น การพัฒนาระบบ Optical และ Subsystem ต่าง ๆ โดยมีแนวคิดสำคัญว่า ประเทศหนึ่งไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญทุกอย่าง แต่ควรมีความสามารถเฉพาะด้านที่ทำได้ดีและนำไปต่อยอดความร่วมมือได้
.
Palermo อธิบายว่า เป้าหมายของ Australian Space Agency คือการใช้อวกาศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนออสเตรเลีย โดยเล่าถึงจุดตั้งต้นของหน่วยงานที่ผูกกับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม เมื่อบริษัทต่าง ๆ เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ หน่วยงานจึงเข้ามามีบทบาทสนับสนุนและออกแบบนโยบายเพื่อกระตุ้นการเติบโต ประสบการณ์ของออสเตรเลียจึงเปิดให้เห็นบทบาทของ Space Agency ในฐานะผู้สร้างเงื่อนไขให้ธุรกิจและเทคโนโลยีเติบโตไปสู่การใช้งานที่สร้างประโยชน์ได้จริง
.
สำหรับประเทศไทย ปกรณ์ยังกล่าวถึงบทบาทของการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนและความร่วมมือ ทำหน้าที่เป็น Gateway ที่นำผู้มีความสามารถ เทคโนโลยี และโจทย์ปัญหามาพบกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแก้ปัญหาและสร้างเศรษฐกิจอวกาศของประเทศ ประเด็นจากเวทีจึงชวนให้มองต่อว่า แต่ละหน่วยงานทำอะไรได้ดี จะร่วมมือกับผู้อื่นอย่างไร และจะเปลี่ยนความสามารถด้านอวกาศให้กลายเป็นคุณค่าต่อสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างไร
สรุปสาระสำคัญจากเวทีนี้ ได้แก่
ทิศทางของเศรษฐกิจอวกาศโลก: การสร้างคุณค่าจากอวกาศเชื่อมโยงกับโจทย์บนโลก ทั้งคุณภาพชีวิต การรับมือภัยพิบัติ ความมั่นคง และโอกาสทางธุรกิจ
บทบาทของหน่วยงานรัฐและโอกาสของภาคเอกชน: Space Agency มีบทบาททั้งการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สาธารณะ การสนับสนุนผู้ประกอบการ และการออกแบบนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม
ความร่วมมือระหว่างประเทศ: การพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่วยให้แต่ละประเทศมีบทบาทในความร่วมมือระหว่างประเทศ ดังตัวอย่างของโปแลนด์ที่ใช้การเป็นสมาชิก ESA เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมภายในประเทศ
โอกาสและโจทย์สำคัญสำหรับประเทศไทย: การต่อยอดข้อมูลจากดาวเทียมให้ช่วยปกป้องประชาชน สนับสนุนการตัดสินใจของรัฐ และสร้างธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการเชื่อมโยงผู้คนและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอวกาศไทย
.
ติดตามและร่วมงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดงานและเวทีเสวนาได้ที่ tsx.gistda.or.th หรือติดตามเนื้อหาน่าสนใจจากงานผ่านโซเชียลมีเดียของ GISTDA




Leave a Reply